โครงการรู้ทันโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก ปีงบประมาณ 2569
ในประเทศไทยมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในมะเร็งของสตรีไทยสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกที่แท้จริงไม่ทราบแน่นอน แต่สาเหตุสำคัญเท่าที่วิทยาการทางการแพทย์ตรวจพบได้ในปัจจุบัน คือ การติดเชื้อ Human papilloma virus หรือ HPV บริเวณปากมดลูก เป็นสาเหตุจำเพาะของมะเร็งปากมดลูก ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เป็นเพียงปัจจัยส่งเสริมทำให้ปากมดลูกมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้มากขึ้นหรือง่ายขึ้น เช่นการมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย หรือการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อย มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย และจะมีอัตราการเสียชีวิต เกินครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว และเป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่าปีละ 270,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 650 คน โดยมีสถิติของผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน จากสถิติในปี 2560 พบผู้ป่วยใหม่ ประมาณ 7,000 ราย มีผู้เสียชีวิต ประมาณ 3,500 ราย หรือ 9 รายต่อวัน แต่โรคมะเร็งปากมดลูก สามารถรักษาให้หาย และมีความเป็นไปได้ในการที่จะกำจัดให้หมดไปจากประเทศไทย หากตรวจพบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก หรือระยะก่อนเป็นมะเร็ง ปัญหาสำคัญคือ คนไทยร้อยละ 50 มักไปพบแพทย์ขณะที่โรคลุกลามแล้ว ซึ่งยากต่อการรักษาให้หาย ผู้ป่วยมักเสียชีวิตรวมทั้งเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมาก
จากการดำเนินงานตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปีแนมูดอ ปี 2567-2568 สตรีเป้าหมายกลุ่มอายุ 30-60 ปี ทั้งหมด 995 ราย ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกรวม 103 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.4 พบผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติส่งต่อไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ผลผิดปกติ จำนวน 3 ราย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ และในปีงบประมาณ 2569 กลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการตรวจคัดกรองทั้งหมด 937 ราย จำนวนคงเหลือที่ต้องคัดกรอง 656 ราย เป้าหมายที่ต้องคัดกรอง ร้อยละ 25 ของปี 2569 จำนวน 164 ราย และการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีเป้าหมายกลุ่มอายุ 30-70 ปี จำนวน 1,136 ราย มีอาการผิดปกติและได้รับการส่งต่อจำนวน 2 ราย พบผู้ป่วย 1 ราย และปกติ 1 ราย ผู้ป่วยได้รับการรักษา ประมาณ 1 ปีกว่า อาการทรงตัว และในปีงบประมาณ 2569 กลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการตรวจคัดกรองทั้งหมด 1,142 ราย
ปัญหาที่ผ่านมากลุ่มเป้าหมายที่ไม่มารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล คือ
1. ไม่อยากตรวจกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รู้สึกอาย
2. ขาดความใส่ใจและตระหนักในสุขภาพของตนเอง
3. ภาระการงาน ไม่มีเวลา
4. กลัวเจ็บ
5. กลัวผลการวินิจฉัยและยอมรับไม่ได้ถ้าตรวจพบเป็นมะเร็ง
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปีแนมูดอ จึงเห็นความสำคัญในการป้องกันมากกว่าการรักษาโรค โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองค้นหาโรคระยะแรกในสตรีกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดอัตราอุบัติการณ์รายใหม่ได้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปีแนมูดอ จึงได้จัดทำโครงการรู้ทันโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก ปีงบประมาณ 2569 ขึ้นโดยเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคมะเร็งเต้านมและตรวจคัดกรองหา Cell มะเร็งปากมดลูกขึ้น และสามารถลดอัตราการเกิดและเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในระยะยาว
-
1. สตรีกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งปากมดลูก75.0075.00
สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี มีความรู้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
-
2. สตรีกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการรักษาโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูกได้ตามมาตรฐาน75.0075.00
สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี สามารถตรวจค้นหามะเร็งเต้านมด้วยตนเอง สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV DNA SELF TEST)
-
3. สตรีกลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบเชื้อมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว75.0075.00
สตรีกลุ่มเป้าหมาย ที่ตรวจคัดกรอง พบมีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และได้รับการรักษาตามมาตรฐานและต่อเนื่อง ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน75
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง75
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม อบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายสตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุระหว่าง 30-70 ปี เรื่องรู้เท่าทันโรคมะเร็ง เต้านม และมะเร็งปากมดลูก
1 ขั้นเตรียมการ
1.1 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่รพ.สต. และอสม.
1.2 จัดทำทะเบียนรายชื่อสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-70 ปี
2 ขั้นดำเนินการ
2.1 จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมแก่สตรีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน ทั้งหมด 75 คน
2.2 ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และสาธิตย้อนกลับได้
2.3 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV DNA SELF TEST)
2.4 แจ้งผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกแก่ผู้รับบริการภายใน 1 เดือน
2.5 ติดตามและส่งต่อ กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจคัดกรอง พบมีความผิดปกติเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และได้รับการ รักษาตามมาตรฐานและต่อเนื่อง
3 ขั้นการประเมิน (Check) และรายงานผล 3.1 ประเมินผลของโครงการ
4 ขั้นนำผลประเมินไปใช้พัฒนา (Act)
4.1 ดำเนินงานเพื่อหาข้อสรุปและข้องบกพร่อง
4.2 นำผลการติดตามไปใช้พัฒนารูปแบบ วิธีการของโครงการ/กิจกรรม ดำเนินการในครั้งต่อไป
กิจกรรม อบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายสตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุระหว่าง 30-70 ปี เรื่องรู้เท่าทันโรคมะเร็ง เต้านม และมะเร็งปากมดลูก
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 75 คน ๆ ละ 60 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,500.- บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 75คนๆ ละ 25 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,750.- บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 6 ชม. ๆละ x 600 จำนวน 1 คน เป็นเงิน 3,600.- บาท
ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1 x 3 เมตร x 250 บาท X 1 ผืน เป็นเงิน 750.- บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับผู้เข้ารับการอบรมและตรวจคัดกรองจำนวน 75 คนๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 3,750.- บาท
รวมเป็นเงิน 16,350บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 16,350.-บาท (หนึ่งหมื่นหกพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
หมายเหตุ ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยในการเบิกจ่ายได้
14 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี มีความรู้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี สามารถตรวจค้นหามะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV DNA SELF TEST)
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย ที่ตรวจคัดกรอง พบมีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และได้รับการรักษาตามมาตรฐานและต่อเนื่อง ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
16350.00 บาท
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี มีความรู้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี สามารถตรวจค้นหามะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV DNA SELF TEST)
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย ที่ตรวจคัดกรอง พบมีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และได้รับการรักษาตามมาตรฐานและต่อเนื่อง ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
