โครงการป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านพังดาน ปี 2569
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน13.48
13.48
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง29.89
29.89
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)2.20
2.20
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และความเจริญทางเทคโนโลยีมีผลทำให้สุขภาพของประชาชนป่วยหรือตายด้วยโรคไม่ติดต่อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจก่อให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก (กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข : พ.ศ.2564) มีจำนวนผู้ป่วย 463 ล้านคน และคาดว่าในปี 2588 จะมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 629 ล้านคน สำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียน 3.2 ล้านคน ของกระทรวงสาธารณสุข ก่อให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปีและหากรวมอีก 3 โรค คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการรักษารวมกันสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปีโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆในกลุ่มโรค NCDs อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต ฯลฯ และกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายคนไทยห่างไกลโรคและภัยสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)ซึ่งมุ่งเน้นการลดจำนวนผู้ป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังรายใหม่เช่นโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และลดความรุนแรงของผู้ป่วยรายเก่าด้วยการส่งเสริมให้มีการปรับพฤติกรรมสุขภาพเช่นการรับประทานอาหารการนับคาร์บการออกกำลังกายที่เหมาะสมซึ่งได้มีระบบบริการตั้งแต่การส่งเสริมป้องกันการคัดกรองการตรวจวินิจฉัยการรักษาจนถึงการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพังดาน ตำบลนาขยาดอำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุง ปี 2568 คัดกรองโรคเบาหวานกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,469 คน พบกลุ่มเสี่ยง จำนวน 198 คน คิดเป็นร้อยละ 13.48 และกลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 2.18 พบผู้ป่วยรายใหม่ 5 คน คิดเป็นร้อยละ 15.63 คัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,231 คน พบกลุ่มเสี่ยง จำนวน 368 คน คิดเป็นร้อยละ 29.89 กลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 161 คน คิดเป็นร้อยละ 13.08 พบผู้ป่วยรายใหม่ 11 คน คิดเป็นร้อยละ 6.83 จากข้อมูลดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพังดาน เล็งเห็นความสำคัญในการตรวจคัดกรอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงหลังได้รับการคัดกรองที่ควรดำเนินการต่อเนื่องในทุก ๆ ปีการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้รับการักษารวดเร็ว และรักษาต่อเนื่องเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน และลดอัตราการตายด้วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังดังกล่าว
-
เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน95
ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคเบาหวานได้รับการคัดกรองร้อยลุะ 95
-
เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง95
ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการคัดกรอง90
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเข้าร่วมรับการอบรม ร้อยละ 90
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย (SBP=120-130mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม90
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่่บ้าน ร้อยละ 90
-
เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา100
กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1264
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันและเจาะเลือดปลายนิ้วโดย อสม.และเจ้าหน้าที่
คัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1,264 คน โดยการออกตรวจคัดกรองในหมู่บ้าน และแยกผลการคัดกรองกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผิดปกติ
งบประมาณ
1. จัดซื้้อเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจำนวน 3 เครื่องๆละ 2,850 บาท เป็นเงิน 8,550 บาท
2. แถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะ จำนวน 26 กล่องๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 26,000 บาท (กล่องละ 50 ชิ้น)
3. สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์สำเร็จรูป แผงละ 10 ก้อน ราคาแผงละ 12 บาท จำนวน 100 แผง เป็นเงิน 1,200 บาท30 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
ผลลัพธ์ ประชาชนได้รับข้อมูลสุขภาพตนเอง35750 บาท -
สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลัก 3 อ 2 ส
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ตามหลัก 3อ 2ส (อ.อาหาร, อ.อารมณ์, อ.ออกกำลังกาย, ส.ไม่สูบบุหรี่, ส.ไม่ดื่มสุรา)
1.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มสงสัยป่วย (ครบ 1 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิต
2.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง (ครบ 6 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิต
3.สรุปผลการติดตาม คืนข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีค่าใช้จ่าย1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 90
กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 100
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามครบตามแนวทางบาท -
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ < ร้อยละ 2.5 กลุ่มเสี่ยงและกล่มสงสัยป่วยเบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90
บาท
1.ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 95
2. กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม
3. จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าร่วมโครงการ DM Remission (เบาหวานระยะสงบ) ได้ >= ร้อยละ 10
4. ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงกว่าที่ผ่านมา ไม่เกินร้อยละ 5
5. จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
6. จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มี CVD risk >30%ได้รับการปรับเปลี่ยน มีผลการประเมิน CVD risk
