โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง เขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ 2569
-
นายสมบัติ ช่อคง 2.นางนี เลี่ยนกัตวา 3.นางดารา ทองอินทร์ 4.นายวิเชียร จงรัตน์ 5.นางทัศนีย์ ดำชุม
ผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ และประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ สุขภาพช่องปากถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญกับสุขภาพทางด้านร่างกาย อาทิ การสูญเสียฟันจำนวนมากจะลดประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต จากการสรุปผลการตรวจและสำรวจพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากโดยรวม พบว่า ในกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียงมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคภายในช่องปากได้ง่าย เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ เป็นต้น สาเหตุเนื่องจากการขาดความรู้และทักษะด้านการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องของผู้ดูแลและผู้ป่วย อีกทั้ง Caregivers ทำให้ไม่ ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากก่อให้เกิดฟันผุ สูญเสียฟันก่อนเวลาอันควร เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก เศษอาหารติดค้างบริเวณเพดานช่องปาก เป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดสำลักอาหารอาจทำให้มีอาการปอดอักเสบติดเชื้อได้ เนื่องจากแบคทีเรียที่สะสมบริเวณช่องปากตกลงไปในปอด ซึ่งมีโอกาสทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้สูงอายุติดบ้าน/ติดเตียง อสม. รวมทั้งคนในชุมชน ให้ความสำคัญของทันตสุขภาพ ของตนเองมากขึ้น และเป็นการส่งเสริม ป้องกัน ไม่ให้โรคในช่องปากลุกลามและทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีต่อไป จึงได้จัดทำโครงการโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง เขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ2569 เพื่อพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ (LTC) และเพื่อพัฒนา รูปแบบการทำงานในผู้สูงอายุติดบ้าน/ติดเตียงทั้งจังหวัดต่อไป จากการสรุปผลการตรวจสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านติดเตียง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง จำนวน 135 คน พบว่า ได้รับการตรวจฟันและวางแผนการรักษา ร้อยละ 71.1 และจากแบบสำรวจการรับรู้และ การรับบริการสุขภาพช่องปาก ด้านการสื่อสารความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก พบว่า การสื่อสารผ่าน บุคลากรสาธารณสุขเป็นช่องทางหลักที่ผู้สูงอายุได้รับความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากมากที่สุด ในรอบปีที่ผ่านมาผู้สูงอายุติดบ้าน/ติดเตียง ร้อยละ 27.73 เคยเข้ารับบริการทันตกรรม เฉลี่ย 1.1 ครั้ง/ปี เหตุผลที่เข้ารับบริการทันตกรรมมากสุดคือ มีอาการปวดฟัน/เสียวฟัน รองลงมาคือมีหินปูน สถานบริการหลักที่ไปรับ บริการทันตกรรมคือหน่วยบริการ ปฐมภูมิ และ ผู้สูงอายุร้อยละ 35.5 ไม่เคยเข้ารับบริการทันตกรรมใน รอบปีที่ผ่านมา โดยเหตุผลหลักคือ รู้สึกว่าช่องปากตนเองไม่มีความผิดปกติ ร้อยละ 75.0 แต่จากการ นิเทศติดตามการด าเนินงานทันตสาธารณสุขในจังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุมีการเข้าถึงบริการ ทางทันตกรรม เพียงร้อยละ 27.5 และยังไม่มีรูปแบบการท างานของทันตาภิบาลในการดูแล ด้านทันตสาธารณสุขส าหรับผู้สูงอายุอย่างชัดเจน
-
1. เพื่อให้ผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน20.0040.00
ร้อยละ 80 ผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน
-
2. เพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียงได้รับความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน20.0040.00
ร้อยละ 80 ผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียงได้รับความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
-
3. เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะด้านการดูแลสุขภาพช่องปากให้แก่ กลุ่ม Caregivers (CG) ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มติดบ้าน/ติดเตียง20.0040.00
ร้อยละ 80 CG สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มติดบ้าน/ติดเตียง
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
-
กลุ่ม Caregivers (CG) + ผู้ดูแลที่บ้าน40
-
กลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง23
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพในช่องปาก
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 40 คน คนละ 30 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าวัสดุจำนวน 1,200 บาท มีรายละเอียดดังนี้
- ค่าเอกสารประกอบการอบรม เป็นเงิน 600 บาท
- ค่าป้ายโครงการ(ไวนิล) ขนาด 1.5 X 3 เมตร เป็นเงิน 600 บาท
3. ค่าวิทยากร 2 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569ผู้เข้าอบรมจำนวน 40 คน เข้าร่วมอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพในช่องปาก / ผู้เข้าอบรม 80% นำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงได้
3600 บาท -
3. ฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธีแบบลงมือปฏิบัติ
- ชุดแปรงสีฟันสำหรับฝึกปฏิบัติ จำนวน 40 ชุดๆ ละ 65 บาท เป็นเงิน 2,600 บาท
- ค่าชุดแปรงสีฟันสำหรับผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ประกอบด้วยแปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก แก้วน้ำ ถุงนิ้ว จำนวน 23 ชุด ๆ ละ 130 บาท เป็นเงิน 2,990 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จำนวน 40 คน ได้ฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี / ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 80% แปรงฟันอย่างถูกวิธี
5590.00 บาท -
2. ตรวจสุขภาพช่องปากผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียงโดยทันตบุคลากร1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569
ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงจำนวน 40 คน ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากจากทันตบุคลากร / ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงจำนวน 80% มีสุขภาพช่องปากที่ดี
0.00 บาท -
4. ทาฟลูออไรด์วานิชแก่ผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 25690.00 บาท
- ผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียงได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและเคลือบฟลูออไรด์วานิช
- ผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน และสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงได้
- กลุ่ม Caregivers (CG) มีความรู้และสามารถถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากและมีทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากให้แก่ผู้ดูแลผุ้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียงได้
