โครงการควบคุมและป้องกันไข้เลือดออก ปี 2569
-
นายมุสตอฟา สะระยะ
-
นายเจะบาราเฮงสาและ
-
นายมะรีเป็นกูเต๊ะ
-
นางฮากีมะห์ยะลา
-
นางฮะออ ดิงลูกา
ในสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกซึ่งกำลังแผ่ระบาดอย่างหนัก และได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งนำความสูญเสียแก่หลายครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติที่ต้องสูญเสียบุคลากรที่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อันเป็นอนาคตของประเทศต่อไป จึงจำเป็นต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้โดยด่วน และให้ทราบถึงวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นโรคไข้เลือดออกอีกด้วย
ผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 5-9 ปี รองลงมาได้แก่กลุ่มอายุ 10-14 ปี ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคอย่างกว้างขวาง โดยจะพบผู้ป่วยได้ทุกจังหวัดและทุกภาคของประเทศในปีนี้เรามักได้ยินคำว่า “ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่” จากสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งในความจริงแล้ว ไม่ใช่เป็นสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด เป็นเพียงหนึ่งในสายพันธุ์เชื้อของไข้เลือดออก ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งชื่อ “เดงกี่” (Denque) มีอยู่ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ เรียกชื่อกันง่ายๆ คือ DEN1,DEN2 DEN3 และDEN4 ซึ่งเมื่อมีการติดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนั้นอย่างถาวรตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกี่อีก 3 ชนิดในช่วง สั้นๆประมาณ 6-12 เดือน (สำนักงานควบคุมโรคไข้เลือดออก)
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการแพร่ระบาดและมีการขยายพื้นที่เกิดโรคออกไปอย่างกว้างขวาง ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือมีชุมชนเมืองเพิ่มมากขึ้น มีการเคลื่อนไหวของประชากร และมียุงลายมากขึ้น ตามการเพิ่มของภาชนะขังน้ำ ที่คนทำขึ้น การคมนาคมที่สะดวกขึ้นทั้งทางถนนและทางอากาศ ทำให้มีทางเดินมากขึ้น ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเดงกี่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ ได้รับรายงานพบผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออก เพิ่มสูงขึ้น และจากรายงานผู้ป่วยอำเภอบันนังสตา ในปี 2568 ผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 52 ราย คิดอัตราป่วยเท่ากับ 95.75 ต่อประชากรแสนคน และปี พ.ศ. 2568 ของรพ.สต.บ้านบือซู พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 3 ราย คิดอัตราป่วยเท่ากับ83.52 ต่อประชากรแสนคน เมื่อเทียบกับค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี เท่ากับ55.68 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 และมีแนวโน้มว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่หมู่ 6 และหมู่8 ในเขตรับผิดชอบ
จากปัญหาดังกล่าว การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก และสถานการณ์ผู้ป่วยมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ม.6 และ ม.8 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ดังนั้น ทางแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 6,8 ตำบลบ้านบือซูเล็งเห็นถึงปัญหาจึงได้จัดทำ “โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง ปี 2569” ขึ้น เพื่อเน้นการดำเนินงานการป้องกันและควบคุมโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปราศจากการระบาดของโรคไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย และไข้ปวดข้อยุงลายในพื้นที่ต่อไป
-
อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในชุมชนลดลง0.00
อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลง ร้อยละ 20
-
เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลายทุกๆสัปดาห์0.00
ค่า (HICI) ในชุมชน เป็น 0
-
เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายและจัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ0.00
ประชาชนมีส่วนร่วมและจัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดถูกสุขลักษณะ
-
เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนให้เกิดความร่วมมือในการพ่นหมอกควันทั้งภายในและภายนอกอาคาร เกิดพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ0.00
ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคไข้เลือดออก
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกทางเคมี ในพื้นที่เสี่ยง
กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกทางเคมี ในพื้นที่เสี่ยง
(โรงเรียน ศูนย์เด็ก มัสยิด ร.ร ตาดีกา และพื้นที่ระบาดไข้เลือดออกซ้ำๆทุกปีและบริเวณบ้านผู้ป่วยในรัศมี 100 เมตร จำนวน 2 ครั้ง เมื่อได้รับรายงานให้มีมาตรการควบคุมโรคทันที)
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256924000.00 บาท -
กิจกรรมการรณรงค์ทำความสะอาดครั้งใหญ่ Big cleaning day
. กิจกรรมการรณรงค์ทำความสะอาดครั้งใหญ่ Big cleaning day ในพื้นที่ระบาด
จำนวน 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 หมู่ที่ 6 บ้านบือซู จำนวน 50 คน
ครั้งที่ 2 หมู่ที่ 8 บ้านตือระจำนวน 50 คน
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25693750.00 บาท
- จำนวนอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลง
- ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ยุงก้นปล่องและจัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ
- ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงโดยทำร่วมกับแกนนำชุมชนทุกๆสัปดาห์
