โครงการรู้เร็ว ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชน ปี 2569
-
นายอับดุลฮาเร็มซีระแม
-
นางรีนา ลักขณา
-
นางสาวอาซ๊ะอาลี
-
นางเปาซียะสาดะ
-
นางมาซีเตาะแดวอปูเตะ
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ จากข้อมูลของ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูงเบาหวานโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น บริโภคหวาน มัน เค็ม ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ การสร้างเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ เป็นพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ที่ทุกคนควรมีการปฏิบัติและปลูกฝังจนเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การมีความสุข ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ จากสถิติการเจ็บป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลีมาปูโร๊ะ ตำบลบาโงยซิแนอำเภอยะหา จังหวัดยะลา พบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังที่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในอันดับต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากผลการดำเนินงานคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลบ้านลีมาปูโร๊ะ ตำบลบาโงยซิแนปีงบประมาณ 2568 กลุ่มเป้าหมายการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง1,705 คน พบว่าผลการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ28.25กลุ่มเป้าหมายการคัดกรองโรคเบาหวาน 2,017คน พบว่าผลการคัดกรองโรคเบาหวานกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 12.2 ดังนั้นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างโอกาสสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม จะช่วยทำให้กลุ่มป่วยสามารถดูแลตนเองได้เป็นอย่างดี กลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยงมีความตระหนักและใช้ประสบการณ์ของผู้ป่วยคนอื่นๆในชุมชน เป็นตัวอย่างและปรับใช้ในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดโรคก่อนวัยอันควร ทั้งนี้การสร้างโอกาสดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้แนวทางที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยตนเอง ซึ่งอาจต้องรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง โดยใช้หลัก 3อ2ส เช่น ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม รับประทานผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นทำจิตใจให้สงบ ลด ละ เลิกบุหรี่และสุรา รวมถึงการเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระบวนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม สอดคล้องกันไปอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการในปี 2568 ที่ผ่านมา “โครงการรู้เร็ว สู่สุขภาพวิถีใหม่ สร้างเกราะสุขภาพ ห่างไกล NCDs ปี 2568” กิจกรรมดังกล่าวได้รับผลตอบรับที่ดีและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาโครงการต่อยอดสู่ปีงบประมาณ 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดภาวะแทรกซ้อน และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนและประเทศในระยะยาว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลีมาปูโร๊ะ ได้ตระหนักถึงการเปิดโอกาสในการสร้างสุขภาวะของ ประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรค ๓อ๒ส ตามวิถีชุมชน เพื่อการมีสุขภาพดีโดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนวิถีด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวและพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน5.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง10.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย17.000.00
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่นเบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบและหยุดยาจากจำนวนป่วย (ราย)57.0020.00
กลุ่มเป้าหมายป่วยเบาหวานได้เข้ากระบวนการ DM remission และต้องหยุดยาสำเร็จ (ราย)
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง677
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง544
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์โครงการ
จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์ ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการดําเนินงานและดำเนินการจัดซื้อชุดตรวจเบาหวาน จัดเตรียมเอกสาร แบบฟอร์มคัดกรอง และเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการ ร่วมกับคณะทำงาน กําหนดบทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคล 1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แยกรับผิดชอบเป็นรายหมู่บ้านโดยมีบทบาทดูแลสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังและกลุ่มเสี่ยงให้ความรู้ในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ รวมถึงคัดกรองโรคเรื้อรัง 2. คณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบลร่วมกับเจ้าหน้าที่ มีบทบาทในการออกเยี่ยมบ้านในกลุ่มป่วยและประเมินสภาพทั่วไป รวมถึงให้กำลังใจพร้อมกับทีมสุขภาพตำบล 3 พยาบาลวิชาชีพ มีบทบาทในการให้ความรู้ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพในกลุ่มที่มีภาวะแทรกซ้อน และกลุ่มเสี่ยงร่วมกับทีมสุขภาพตำบล 4. พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการฟื้นฟู ความด้านวิชาการ และการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงให้มีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องยาในกลุ่มผู้ป่วย 5. นักวิชาการสาธารณสุข มีบทบาทในการรวบรวมข้อมูล ปัญหาอุปสรรค เพื่อรายงานให้กับ หน่วยงานสาธารณสุขและชุมชนรับทราบ พร้อมทั้งวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไข 6. อาสาสมัครสาธารณสุข มีบทบาทในการออกเยี่ยมบ้านและตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ให้ความรู้ และชักจูงกลุ่มเป้าหมายร่วมกับทีมสุขภาพ
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569คณะทำงานมีทิศทางและ เข็มมุ่งในการดำเนินงาน ไปในแนวทางเดียวกันเป็นทีม
บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้ของโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจำนวน 1 วัน ดังนี้ -จัดทำเนื้อหาหลักสูตร เน้น ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองให้เหมาะสมโดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส. , ถอดบทเรียนและความรู้ในการตรวจประเมินคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น -ประสานวิทยากร และหากลุ่มเป้าหมายในการอบรมจำนวน 50 คน -จัดเตรียมวัสดุการอบรม และเตรียมสถานที่ -ให้การฝึกปฏิบัติ/ความรู้ การสาธิตประกอบอาหารเพื่อสุขภาพการออกกำลังกายการอยู่กับโรคอย่างเหมาะสม ค่าใช้จ่าย - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท* 50 คน* 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 75 บาท* 50 คน เป็นเงิน 3,750 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมง 600 บาท* 5 ชม. เป็นเงิน 3,000 บาท - ค่าวัสดุในการอบรม (เช่น กระเป๋า สมุด ดินสอ ปากกา กระดาษ เป็นต้น) เป็นเงิน 2,800 บาท รวม 13,050 บาท
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569-แกนนำคัดกรองประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการและประเมินผลดูแลสุขภาพ และสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ 80 -มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จนลดภาวะแทรกซ้อน
13050.00 บาท -
จัดบริการทีมสุขภาพออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร่วมกับติดตาม SMBP และ SMBG
จัดบริการทีมสุขภาพออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร่วมกับติดตาม SMBP และ SMBG
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.ออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานประจำจุดต่างๆ ในตำบลโดยประสานให้เจ้าหน้าที่ออกร่วมด้วย พร้อมแจ้งผลการคัดกรองให้กลุ่มเป้าหมายทราบ 2.ตรวจความดันที่บ้าน ในผู้ป่วย ต้องตรวจทุกวัน เป็นเวลา 7 วัน 2.1 กิจกรรมย่อยจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต - เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 2,850 เป็นเงิน 5,700 บาท 2.2 กิจกรรมย่อย - เครื่องวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้วมือ 2 เครื่องๆ ละ 2,100 เป็นเงิน 4,200 บาท รวม 9,900 บาท
9900 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง และรู้วิธีการป้องกันโรค NCDs
2.ประชาชนกลุ่มป่วยใช้พื้นฐานชีวิตในการดูแลอาการของโรค ด้วยตนเอง (กลุ่มเสี่ยงลดลง) ที่เหมาะสม
3. แกนนำสุขภาพหรือ อสม .มีส่วนร่วม เห็นความสำคัญ และสามารถเป็นบุคคลต้นแบบในการดูแลสุขภาพของชุมชน เพื่อการดูแลระยะยาว
4. ภาวะแทรกซ้อนทางเท้าในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ลดลง หรือไม่เกิดเพิ่มขึ้น
5. ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติของโรค
6. เสริมพลัง และการดูแลสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยด้วย โรคเรื้อรัง
