โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ห่างไกล ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปี 2569
ปัจจุบันสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช (Pesticides) เข้ามามีบทบาทและใช้ในการเกษตรอย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นสถานการณ์อย่างชัดเจน คือข้อมูลปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี จากข้อมูลของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าระหว่างปีพ.ศ.2561 – 2565 มีการนำเข้าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากถึง 120,000 ตัน โดยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีการใช้มากที่สุด ได้แก่ สารกำจัดศัตรูวัชพืช ร้อยละ 74 สารกำจัดแมลง ร้อยละ 14 สารกำจัดโรคพืช ร้อยละ 9 และอื่น ๆ ร้อยละ 3 สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากสารเคมีในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราป่วยของโรคจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่งสูงขึ้นเช่นกัน กลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญของประเทศ และยังคงมีปัญหาการเจ็บป่วยจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสารกำจัดแมลง ซึ่งอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าวทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง อาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรื้อรังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสะสมในระบบต่างๆ ของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย สารเคมีที่เข้าไปสะสมจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จนแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนัง การสูดหายใจเอาละอองสารเคมีที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานน้ำและอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่งพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัยนั้น ทำให้เกษตรกรผู้อาศัยในชุมชนและผู้บริโภคมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น ในส่วนของการตรวจวิเคราะห์หาสารพวกออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาเมท จากอวัยวะต่างๆ หรือจากเลือดมักจะได้ผลไม่ดี เนื่องจากสารพิษเหล่านั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเกิดปฏิกิริยาทางเคมีหลายอย่าง จึงนิยมใช้วิธีตรวจหาระดับของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ในเลือดและอวัยวะต่างๆ เป็นการยืนยันการเป็นพิษแทน เพราะสารเคมีทั้งสองกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ซึ่งสามารถตรวจหาเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ในพื้นที่ ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ประชากรบางส่วนประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวปาบ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยง ปี 2569 ขึ้นเพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในบ้านพื้นที่ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพและประเมินความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร0.00
เกษตรกรและผู้บริโภคได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพ ประเมินความเสี่ยง และตรวจเลือดหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย
-
เพื่ออบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้บริโภคเรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช0.00
เกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำเอกสารให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการลดสารพิษตกค้าง
- ค่าเอกสารคู่มือประกอบความรู้ จำนวน 50 ชุดๆละ 4 บาท = 200 บาท
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569200.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์ข่าวสารแก่ผู้สนใจ เช่น กลุ่มผู้บริโภคผัก ผลไม้ หรือกลุ่มบุคคลที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งเพาะปลูกที่มีการฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชเป็นประจำ
- ค่าป้ายไวนิลรณรงค์ลด ละ เลิกใช้สารเคมีในชุมชน
ขนาด 1 เมตร X 3 เมตร จำนวน
1 ป้าย ๆ ละ 450 บาท
= 450 บาท
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569450.00 บาท -
ประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรและผู้บริโภคจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตามแบบ นบก. 1-56
- ค่าแบบประเมินความเสี่ยง (นบก.1-56) จำนวน 50 ชุดๆ ละ 2 บาท = 100 บาท
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569100.00 บาท -
ตรวจเลือดเพื่อหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส
ชุดหายาฆ่าแมลงในเลือดเกษตกร
จำนวน 1 ชุด (จำนวน 100 แผ่นทดสอบ) ชุด ละ 2,400 บาท x 1 ชุด = 2,400 บาท
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25692400.00 บาท -
ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
-ค่าวิทยากร จำนวน 1 คนๆละ 3 ชม.ๆละ 600 บาท = 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 25 บาท x 2 มื้อ x 50 คน = 2,500 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 60 บาท x 50 คน = 3,000 บาท
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25697300.00 บาท -
จัดทำหนังสือแจ้งผลการตรวจ พร้อมวิธีการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย
- ค่าเอกสารแจ้งผลการตรวจเลือดจำนวน 50 แผ่นๆ ละ 1 บาท
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256950.00 บาท
- เกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้ในและเข้าใจอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- เกษตรกรและผู้บริโภคสามารถป้องกันตัวเองได้ถูกต้องหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
