กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ห่างไกล ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปี 2569

แบบฟอร์มพัฒนาโครงการ กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ห้วยลึก

1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม

โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ห่างไกล ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปี 2569

ชื่อโครงการควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน ควรจะระบุชื่อชุมชนในชื่อโครงการเพื่อความสะดวกในการค้นหา

2569

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ห้วยลึก

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวปาบ

เขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก

2. ความสอดคล้องกับแผนงาน

แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง

3. สถานการณ์

สถานการณ์ปัญหาขนาด

ปัจจุบันสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช (Pesticides) เข้ามามีบทบาทและใช้ในการเกษตรอย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นสถานการณ์อย่างชัดเจน คือข้อมูลปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี จากข้อมูลของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าระหว่างปีพ.ศ.2561 – 2565 มีการนำเข้าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากถึง 120,000 ตัน โดยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีการใช้มากที่สุด ได้แก่ สารกำจัดศัตรูวัชพืช ร้อยละ 74 สารกำจัดแมลง ร้อยละ 14 สารกำจัดโรคพืช ร้อยละ 9 และอื่น ๆ ร้อยละ 3
สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากสารเคมีในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราป่วยของโรคจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่งสูงขึ้นเช่นกัน กลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญของประเทศ และยังคงมีปัญหาการเจ็บป่วยจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสารกำจัดแมลง ซึ่งอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าวทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง อาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรื้อรังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสะสมในระบบต่างๆ ของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย สารเคมีที่เข้าไปสะสมจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จนแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนัง การสูดหายใจเอาละอองสารเคมีที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานน้ำและอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่งพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัยนั้น ทำให้เกษตรกรผู้อาศัยในชุมชนและผู้บริโภคมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น ในส่วนของการตรวจวิเคราะห์หาสารพวกออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาเมท จากอวัยวะต่างๆ หรือจากเลือดมักจะได้ผลไม่ดี เนื่องจากสารพิษเหล่านั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเกิดปฏิกิริยาทางเคมีหลายอย่าง จึงนิยมใช้วิธีตรวจหาระดับของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ในเลือดและอวัยวะต่างๆ เป็นการยืนยันการเป็นพิษแทน เพราะสารเคมีทั้งสองกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ซึ่งสามารถตรวจหาเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ในพื้นที่ ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ประชากรบางส่วนประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวปาบ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยง ปี 2569 ขึ้นเพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในบ้านพื้นที่ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป

ระบุสถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด

  • บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
  • ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ / ตัวชี้วัดความสำเร็จขนาดเป้าหมาย 1 ปี
1 เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพและประเมินความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร

เกษตรกรและผู้บริโภคได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพ ประเมินความเสี่ยง และตรวจเลือดหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย

0.00
2 เพื่ออบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้บริโภคเรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

เกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย

0.00

5. กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวน(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง 50
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

6. ระยะเวลาดำเนินงาน

วันเริ่มต้น : 23/03/2026

กำหนดเสร็จ : 30/09/2026

7. วิธีการดำเนินงาน

  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด

กิจกรรมที่ 1 จัดทำเอกสารให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการลดสารพิษตกค้าง

ชื่อกิจกรรม
จัดทำเอกสารให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการลดสารพิษตกค้าง
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
  • ค่าเอกสารคู่มือประกอบความรู้ จำนวน 50 ชุดๆละ 4 บาท = 200 บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)

 

จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
200.00

กิจกรรมที่ 2 ประชาสัมพันธ์ข่าวสารแก่ผู้สนใจ เช่น กลุ่มผู้บริโภคผัก ผลไม้ หรือกลุ่มบุคคลที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งเพาะปลูกที่มีการฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชเป็นประจำ

ชื่อกิจกรรม
ประชาสัมพันธ์ข่าวสารแก่ผู้สนใจ เช่น กลุ่มผู้บริโภคผัก ผลไม้ หรือกลุ่มบุคคลที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งเพาะปลูกที่มีการฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชเป็นประจำ
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
  • ค่าป้ายไวนิลรณรงค์ลด ละ เลิกใช้สารเคมีในชุมชน ขนาด 1 เมตร X 3 เมตร  จำนวน 1 ป้าย ๆ ละ 450 บาท =  450 บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)

 

จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
450.00

กิจกรรมที่ 3 ประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรและผู้บริโภคจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตามแบบ นบก. 1-56

ชื่อกิจกรรม
ประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรและผู้บริโภคจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตามแบบ นบก. 1-56
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
  • ค่าแบบประเมินความเสี่ยง (นบก.1-56) จำนวน 50 ชุดๆ ละ 2 บาท = 100 บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)

 

จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
100.00

กิจกรรมที่ 4 ตรวจเลือดเพื่อหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส

ชื่อกิจกรรม
ตรวจเลือดเพื่อหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
  • ชุดหายาฆ่าแมลงในเลือดเกษตกร จำนวน 1 ชุด (จำนวน 100 แผ่นทดสอบ) ชุด ละ 2,400 บาท x 1 ชุด = 2,400 บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)

 

จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
2400.00

กิจกรรมที่ 5 ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

ชื่อกิจกรรม
ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ

-ค่าวิทยากร จำนวน 1 คนๆละ 3 ชม.ๆละ 600 บาท = 1,800 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 25 บาท x 2 มื้อ x 50 คน = 2,500 บาท -ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 60 บาท x 50 คน = 3,000 บาท

ระยะเวลาดำเนินงาน
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)

 

จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
7300.00

กิจกรรมที่ 6 จัดทำหนังสือแจ้งผลการตรวจ พร้อมวิธีการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย

ชื่อกิจกรรม
จัดทำหนังสือแจ้งผลการตรวจ พร้อมวิธีการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
  • ค่าเอกสารแจ้งผลการตรวจเลือดจำนวน 50 แผ่นๆ ละ 1 บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน
23 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)

 

จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
50.00

งบประมาณโครงการ

จำนวนงบประมาณที่ต้องการสนับสนุน จำนวน 10,500.00 บาท

หมายเหตุ :

8. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง

ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

1. เกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้ในและเข้าใจอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
2. เกษตรกรและผู้บริโภคสามารถป้องกันตัวเองได้ถูกต้องหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช


>