โครงการอบรม อย.น้อยคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2569
ปัจจุบันการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้บริโภคที่เข้าถึงสื่อออนไลน์และโฆษณาได้ง่าย แต่ยังขาดความรู้ในการพิจารณาความปลอดภัย คุณภาพ และความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์ อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ รวมทั้งถูกเอารัดเอาเปรียบจากการโฆษณาเกินจริงหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภายใต้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งเสริมแนวคิด “อย.น้อย” เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นเครือข่ายผู้บริโภคที่มีความรู้ สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพเบื้องต้น รู้จักอ่านฉลาก รู้เท่าทันโฆษณา และถ่ายทอดความรู้สู่ครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษา อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพในระดับฐานราก
ดังนั้น สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.เนินงาม จึงได้จัดโครงการอบรม “อย.น้อย คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ” จึงมีความสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ถูกต้องให้แก่เยาวชน เพื่อให้สามารถเป็นแกนนำด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในโรงเรียนและชุมชน ลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย และส่งเสริมสังคมให้มีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
-
1. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เด็กและเยาวชนในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมทั้งการอ่านฉลากและตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์0.00
1.1 ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีคะแนนความรู้ด้านการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ การอ่านฉลาก และการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากก่อนอบรม (ประเมินด้วยแบบทดสอบก่อน–หลัง)
-
2. เพื่อพัฒนาทักษะในการพิจารณาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ การเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย และการใช้ข้อมูลสุขภาพอย่างถูกต้อง0.00
2.1 ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมสามารถวิเคราะห์โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด
-
3. เพื่อสร้างแกนนำ “อย.น้อย” ในสถานศึกษาให้สามารถถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม และร่วมเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพในชุมชนได้0.00
3.1 มีการจัดตั้งแกนนำ “อย.น้อย” อย่างน้อย 1 กลุ่ม/สถานศึกษา และมีการดำเนินกิจกรรมถ่ายทอดความรู้หรือรณรงค์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างน้อย 1 กิจกรรม ภายในระยะเวลาโครงการ
-
สภาเด็กนักเรียนในโรงเรียนสพฐตำบลเนินงาม88
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมฝึกอบรม(ภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบัติ) เรื่องอบรมให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- ป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการฯ ขนาด 2x1 เป็นเงิน 600 บาท
- ค่าวิทยากร (ภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบัติ) 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับเด็ก จำนวน 2 รุ่นๆละ 35 บาท ( 35บาท x 44 คน x 2มื้อ x 2วัน) เป็นเงิน 6,160 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่ จำนวน 1 รุ่นๆละ 35 บาท ( 35บาท x 10 คน x 1มื้อ x 1วัน) เป็นเงิน 350 บาท
- ชุดเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 88ชุดๆละ 120 บาท เป็นเงิน 10,560 บาท
- ปากกาด้ามละ 5 บาท
- สมุดจด 30 บาท
- กระเป่า 85 บาท
30 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย สามารถอ่านฉลากและตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ถูกต้อง
- ผู้เข้าร่วมมีทักษะในการวิเคราะห์โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ รู้เท่าทันสื่อ และสามารถหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ได้มาตรฐาน
- เกิดแกนนำ “อย.น้อย” ในสถานศึกษา ที่สามารถถ่ายทอดความรู้และจัดกิจกรรมรณรงค์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่เพื่อน ครอบครัว และชุมชนได้
- สถานศึกษาและชุมชนมีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่
34248 บาท-
ภาคปฏิบัติ แบ่งกลุ่ม เพื่อทดสอบอาหารปลอดสารพิษ/อ่านฉลากยา เครื่องอาหาร
- ชุดทดสอบอาหารปลอดภัย 5 อย่าง จำนวน 4ชุด เป็นเงิน 12,800 บาท
- หมวกตัวหนอน 100 ชิ้น เป็นเงิน 98 บาท
- ผ้ากันเปื้นพลาสติกใช้แล้วทิ้ง 2 แพค เป็นเงิน 600 บาท
- ถุงมือใช้แล้วทิ้ง 2 กล่อง เป็นเงิน 200 บาท
- ตัวอย่างอาหารเพื่อทดสอบความปลอดภัย (สาธิต) เป็นเงิน 1000 บาท
- ชุดยาสามัญประจำบ้าน จำนวน 4 กล่องๆละ 620 บาท เป็นเงิน 2480 บาท
1.ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีคะแนนความรู้ด้านการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ การอ่านฉลาก และการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากก่อนอบรม (ประเมินด้วยแบบทดสอบก่อน–หลัง 2.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมสามารถวิเคราะห์โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด
บาท
-
กิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ในชุมชน
- แผ่นพับ จำนวน 100 แผ่นๆละ 15 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- น้ำดื่ม 10 แพคๆละ 65 บาท เป็นเงิน 552 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับเด็ก จำนวน 1 รุ่นๆละ 35 บาท ( 35บาท x 88 คน x 1มื้อ x 1วัน) เป็นเงิน 3,080 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่ จำนวน 1 รุ่นๆละ 35 บาท ( 35บาท x 10 คน x 1มื้อ x 1วัน) เป็นเงิน 350 บาท
ถึงแกนนำ “อย.น้อย” ตำบลเนินงามสามารถถ่ายทอดความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้กับประชาชนในชุมชนได้
5482 บาท
- ขั้นเตรียมการ
• สำรวจกลุ่มเป้าหมายและประสานสถานศึกษาในพื้นที่
• จัดทำแผนงาน กำหนดวัน เวลา สถานที่ และรูปแบบกิจกรรม
• ประสานวิทยากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- ขั้นดำเนินการอบรม • จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ การอ่านฉลาก และการรู้เท่าทันโฆษณา • จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติ เช่น การตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ตัวอย่างสินค้า และการทำกิจกรรมกลุ่ม • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าอบรมผ่านกิจกรรมถาม–ตอบ เกม หรือสถานการณ์จำลอง
- ขั้นสร้างเครือข่ายแกนนำ • คัดเลือกและจัดตั้งกลุ่มแกนนำ “อย.น้อย” ในสถานศึกษา • มอบหมายให้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้หรือรณรงค์ในโรงเรียน/ชุมชน
- ขั้นติดตามและประเมินผล • ประเมินความรู้ก่อน–หลังอบรม • ติดตามการดำเนินกิจกรรมของแกนนำ • สรุปผลและจัดทำรายงานเสนอผู้บริหาร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย สามารถอ่านฉลากและตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ถูกต้อง
- ผู้เข้าร่วมมีทักษะในการวิเคราะห์โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ รู้เท่าทันสื่อ และสามารถหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ได้มาตรฐาน
- เกิดแกนนำ “อย.น้อย” ในสถานศึกษา ที่สามารถถ่ายทอดความรู้และจัดกิจกรรมรณรงค์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่เพื่อน ครอบครัว และชุมชนได้
- สถานศึกษาและชุมชนมีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่
