โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ปี 2569
-
นางหยาด นุ่มหยู่
-
นายสมาน ออสันตินุตสกุล
-
นางจะรี เหล็มปาน
-
นางสิริพร สะแหละ
-
นางปรานี คงรอด
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยมีผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ราว 10 ล้านคน จำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าผู้สูงอายุไทยจะเพิ่มเป็นร้อยละ 21 และ 24 ของประชากรรวมในอีกสิบและสิบสี่ปีข้างหน้าตามลำดับ และสังคมไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ตามนิยามของสหประชาชาติ ในปี พ.ศ. 2568 กล่าวคือ ทุกๆ 5 คนที่เดินผ่านไป จะมีผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป 1 คน และทุกๆ 100 คนที่เดินผ่านไป จะมีผู้สูงอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปถึง 14 คน โดยจะเพิ่มเป็น 20.5 ล้านคนในปี 2583 ขณะเดียวกันสัดส่วนของผู้สูงอายุวัยปลายก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกันอายุเฉลี่ยของหญิงไทยอยู่ที่ 78.4 ปี ในขณะที่ชายไทยมีอายุเฉลี่ย 71.6 ปี (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยและสถาบันวิจัยประชากรและสังคม, 2558) จากการประเมินคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 6,394,022 คน ในปี 2558 โดยกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ร้อยละ 79 (5 ล้านคน) คือผู้สูงอายุติดสังคม หรือกลุ่มที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ทำกิจกรรมต่างๆได้ และอีกร้อยละ 21 (1.3 ล้านคน) คือ ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงหรือเรียกว่ากลุ่มติดบ้านติดเตียง และต้องการดูแลทั้งด้านสุขภาพและสังคม
จากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ ประกอบกับความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ปรับตัวไม่ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ก่อให้เกิดภาวะด้านจิตใจ เกิดความเครียด ขาดการพักผ่อนหย่อนใจ ส่งผลกระทบให้การดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ขาดความสนใจในการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสม และการบริโภคอาหารที่พอเหมาะพอควร ดังนั้น เพื่อให้มีภาวะโภชนาการดี ลดการเจ็บป่วยของโรคต่างๆ และความพิการซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ จากสาเหตุของโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น
ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู จึงได้จัดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ปี ๒๕๖๙ ขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และเกิดความร่วมมือดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้และสร้างเสริมทักษะการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจ ร้อยละ ๘๐
-
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าและความสำคัญสุขภาพของตนเอง
กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม เห็นคุณค่าและความสำคัญสุขภาพของตนเอง ร้อยละ ๘๐
-
กลุ่มผู้สูงอายุ100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงโครงการ
จัดประชุมชี้แจงโครงการและวิธีการดำเนินงาน ข้อตกลง การเข้าร่วมกลุ่มชมรม
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 2000 บาท
ค่าวัสดุ/ถ่ายเอกสาร 1500 บาท
ถึง3500.00 บาท -
กิจกรรมให้ความรู้ ครั้งที่ 1
การตรวจประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ การเปลี่ยนในวัยสูงอายุ ด้านร่างกายและจิตใจ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 2000 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 900 บาท
ถึง2900.00 บาท -
กิจกรรมให้ความรู้ ครั้งที่ 2
การดำรงชีวิตแบบสูงวัยที่มีคุณภาพ สิทธิประโยชน์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 2000 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 900 บาท
ถึง2900.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ และสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้
- ผู้สูงอายุมีความตื่นตัว มีส่วนร่วมในชุมชน ดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง
- ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
