โครงการพัฒนาระบบชุมชนจัดการตนเอง แก้ไขปัญหาSMIVเทศบาลตำบลแว้ง 2569
-
นายอำราญมามะ
-
นายอัมรันจารง
-
นางสาวสาลีฮา เจะเลาะ
-
นางชนกเนตรจงจิตต์
-
นางนิอาซียะห์ นิเต๊ะ
-
ระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงก่อความรุนแรง SM IV มีแนวโน้มจะรุนแรงได้ซับซ้อนมากขึ้น20
ประเทศไทยมีนโยบายสำคัญคือ ระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุขและกรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นกรอบนโยบายที่มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน โดยเน้นการคัดกรอง, การจัดการรายกรณี , การติดตามต่อเนื่อง และการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความรุนแรงในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ให้เกิดความปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและสังคม ภายใต้หลักการสำคัญคือ ผู้ป่วยจิตเวชปลอดภัย สังคมไทยปลอดภัยตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เน้นย้ำการมีส่วนร่วมของชุมชนและทุกภาคส่วน เพื่อให้การส่งเสริมสุขภาพจิต ป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ป่วยเป็นไปอย่างบูรณาการ เน้นบทบาทของ อสม. แกนนำชุมชน และภาคประชาสังคม ในการเฝ้าระวัง คุ้มครองสิทธิ และสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยในชุมชนอย่างเข้มแข็ง ในปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาทางสุขภาพจิตในสังคมไทยมีแนวโน้มรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการก้าวร้าวรุนแรง หรือที่เรียกว่ากลุ่ม SMIV (Serious Mental Illness with High Risk to Violence) ซึ่งมักมีพฤติกรรมอันตราย เช่น การทำร้ายตนเอง การทำร้ายผู้อื่น หรือการทำลายทรัพย์สิน ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน บ่อยครั้งที่ปัญหาเหล่านี้ลุกลามจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม เนื่องจากขาดระบบการเฝ้าระวังและการเข้าระงับเหตุที่มีประสิทธิภาพในช่วงวิกฤต จากการศึกษาพบว่า ปัญหาหลักของการจัดการผู้ป่วยกลุ่ม SMIV ในระดับพื้นที่คือ ช่องว่างระหว่างสถานพยาบาลและชุมชน เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาจนอาการสงบและกลับมาใช้ชีวิตในชุมชน มักประสบปัญหาการขาดการกินยาต่อเนื่อง การกลับไปใช้สารเสพติด หรือการถูกตีตราจากสังคม ทำให้เกิดอาการกำเริบซ้ำ ในขณะที่ญาติและคนในชุมชนมักขาดความรู้ ทักษะ และระบบสนับสนุนในการสังเกต สัญญาณเตือน ก่อนที่ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมรุนแรง รวมถึงไม่มีขั้นตอนการส่งต่อที่ชัดเจนและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบชุมชนจัดการตัวเอง (Community-Led Management) จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาปิดช่องว่างนี้ โดยเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่ชุมชนเป็นเพียงผู้เฝ้ารอรับผลกระทบ ให้กลายเป็น ผู้จัดการระบบดูแล โดยใช้หลักการกลไกภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกันในการระงับเหตุและส่งต่อ ดังนั้นการจัดทำโครงการพัฒนาระบบชุมชนจัดการตนเอง แก้ไขปัญหา SMIV เทศบาลตำบลแว้ง 2569 ไม่เพียงแต่เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม หากชุมชนมีระบบจัดการตนเองที่เข้มแข็ง จะช่วยลดอัตราการกลับไปนอนโรงพยาบาลซ้ำ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง ชุมชนปลอดภัย ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข
-
0
-
2. แกนนำมีทัศนคติเชิงบวกต่อการดูแลผู้ป่วยจิตเวช โดยลดการตีตราและการใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา
2.,มีแกนนำชุมชนจัดการตนเอง แก้ไขปัญหา SMIV
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน5
-
กลุ่มวัยทำงาน5
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.จัดทำแผนที่เดินดิน SMIV 2.พัฒนาทักษะให้แกนนำชุมชน ให้สามารถประเมินสัญญาณเตือน และจำแนกความรุนแรงของผู้ป่วย
วันที่ 1 พัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน เรื่อง“ชุมชนจัดการตนเอง แก้ไขปัญหา SMIV” 1.จัดทำแผนที่เดินดิน SMIV
2.พัฒนาทักษะให้แกนนำชุมชน ให้สามารถประเมินสัญญาณเตือน และจำแนกความรุนแรงของผู้ป่วย งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท จำนวน 20 คน = 1,000 บาท - ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อๆละ 25 บาท 20 คน= 1,000 บาท - ค่าวัสดุจัดการกิจกรรม จำนวน 1,200 บาท (กระดาษร้อยปอนด์สำหรับทำแผนที่เดินดิน ปากกาเมจิกหลากสี สำหรับแสดงสัญลักษณ์ในแผนที่ กระดาษฟลิบชาร์ด ปากกาเคมี กระดาษ A4 เอกสารแบบประเมินต่างๆ แฟ้ม สมุด ปากกา ) - ค่าวิทยากร ชั่วโมง 600 บาท x 4 ชั่วโมง = 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 5,600 บาท4 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- มีฐานข้อมูลเชิงรุก ชุมชนมี แผนที่เดินดิน SMIV ที่ระบุพิกัดและข้อมูลกลุ่มเสี่ยง
- มีแกนนำมีทักษะการคัดกรอง แกนนำชุมชนสามารถจำแนกความรุนแรง (สีเขียว-เหลือง-แดง) และอ่านสัญญาณเตือน (Warning Signs) ได้อย่างถูกต้องก่อนเกิดเหตุ
- มีกลไกการเข้าถึง มีระบบการเฝ้าระวังในระดับละแวกบ้าน ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลหรือระงับเหตุได้ทันท่วงทีก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต
- มีแผนปฏิบัติการชุมชนจัดการตนเอง และมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ (SOP) ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย (ญาติ แกนนำชุมชน กู้ชีพ ตำรวจ เทศบาล โรงพยาบาล)
- มีระบบส่งต่อ มีช่องทางการสื่อสารและระบบขอความช่วยเหลือ (เช่น Group Line ) ที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชน โรงพยาบาล และตำรวจอย่างชัดเจน
5600 บาท -
3.พัฒนาทักษะการปฎิบัติการ กลไกการระงับเหตุที่รวดเร็วและปลอดภัย เข้าถึงการดูแลก่อนที่จะเกิดเหตุวิกฤต 4.การออกแบบระบบการขอความช่วยเหลือและการส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท จำนวน 20 คน = 1,000 บาท - ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อๆละ 25 บาท 20 คน= 1,000 บาท - ค่าวิทยากร ชั่วโมง 600 บาท x 4 ชั่วโมง = 2,400 บาท รวมเป็นเงิน 4,400 บาท
4 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- มีฐานข้อมูลเชิงรุก ชุมชนมี แผนที่เดินดิน SMIV ที่ระบุพิกัดและข้อมูลกลุ่มเสี่ยง
- มีแกนนำมีทักษะการคัดกรอง แกนนำชุมชนสามารถจำแนกความรุนแรง (สีเขียว-เหลือง-แดง) และอ่านสัญญาณเตือน (Warning Signs) ได้อย่างถูกต้องก่อนเกิดเหตุ
- มีกลไกการเข้าถึง มีระบบการเฝ้าระวังในระดับละแวกบ้าน ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลหรือระงับเหตุได้ทันท่วงทีก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต
- มีแผนปฏิบัติการชุมชนจัดการตนเอง และมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ (SOP) ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย (ญาติ แกนนำชุมชน กู้ชีพ ตำรวจ เทศบาล โรงพยาบาล)
- มีระบบส่งต่อ มีช่องทางการสื่อสารและระบบขอความช่วยเหลือ (เช่น Group Line ) ที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชน โรงพยาบาล และตำรวจอย่างชัดเจน
4400 บาท
- มีฐานข้อมูลเชิงรุก ชุมชนมี แผนที่เดินดิน SMIV ที่ระบุพิกัดและข้อมูลกลุ่มเสี่ยง
- มีแกนนำมีทักษะการคัดกรอง แกนนำชุมชนสามารถจำแนกความรุนแรง (สีเขียว-เหลือง-แดง) และอ่านสัญญาณเตือน (Warning Signs) ได้อย่างถูกต้องก่อนเกิดเหตุ
- มีกลไกการเข้าถึง มีระบบการเฝ้าระวังในระดับละแวกบ้าน ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลหรือระงับเหตุได้ทันท่วงทีก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต
- มีแผนปฏิบัติการชุมชนจัดการตนเอง และมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ (SOP) ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย (ญาติ แกนนำชุมชน กู้ชีพ ตำรวจ เทศบาล โรงพยาบาล)
- มีระบบส่งต่อ มีช่องทางการสื่อสารและระบบขอความช่วยเหลือ (เช่น Group Line ) ที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชน โรงพยาบาล และตำรวจอย่างชัดเจน
