โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยสมุนไพรไทย
ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกินร้อยละ 10 หรืออายุ 65 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 7 ถือว่าประเทศไทยนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ(ชมพูนุท พรหมภักดิ์, 2556 : หน้า 1) และจากการคาดการณ์ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในประเทศและองค์กรระหว่างประเทศพบว่าในปี 2563 ประเทศไทยมีประชากรสูงวัย จำนวน 12.6 ล้านคนจากจำนวนประชาชนรวม 66.0 ล้านคน คิดเป็น 19.1% ของประชากรทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โรคที่ผู้สูงอายุเป็นกันมากและพบได้บ่อยคือโรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากปัญหาพฤติกรรมสุขภาพในวัยทำงานที่สะสมต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานจนทำให้เกิดโรคเรื้อรังขึ้นมา โรคดังกล่าวทำให้มีอาการปวดข้อส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดความยากลำบากในการเคลื่อนไหว มีโอกาสติดบ้าน และติดเตียงมากขึ้น ทำให้เป็นปัญหาทางด้านคุณภาพชีวิตและจิตใจ ทั้งของตัวผู้ป่วยเองและผู้ดูแล อีกทั้งยังสูญเสียเวลาและค่ารักษาเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมยังไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจังแม้แต่ตัวผู้ป่วยก็ยังขาดความรู้ในการดูแลตนเอง และมักจะหันไปพึ่งยาซึ่งการรับประทานยาเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการข้างเคียงและมีผลเสียต่อร่างกาย ในปัจจุบันศาสตร์การแพทย์แผนไทยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยแบบไม่ใช้ยา จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม อาการแรกเริ่มของโรคข้อเข่าเสื่อมในระยะแรก ๆ อาจมีอาการไม่เด่นชัดในผู้ป่วยหลายราย แต่รู้สึกว่าขัด ๆ ที่ข้อเข่า หรือติดในข้อเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะหลังจากที่ข้ออยู่นิ่งเป็นเวลานาน หรือจากการที่ข้ออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป ในระยะต่อมาอาการปวดจึงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ขั้นตอนการเกิดโรคอาจใช้เวลาเป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ ในระยะต่อมาจะรู้สึกว่าอาการขัดในข้อบ่อยขึ้นและมากขึ้น อาจมีเสียงลั่นในข้อคล้ายเสียงกระดาษทรายถูกัน ในระยะนี้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดร่วมด้วย เมื่อสังเกตให้ดีอาจพบว่าอาการปวดสัมพันธ์กับการทำกิจกรรมเฉพาะบางอย่าง เช่น ออกกำลังกายมาก ขึ้นบันได นั่งเตี้ย หรือนั่งยอง เมื่อลดกิจกรรมเหล่านี้ลง ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่าอาการปวดย้ายตำแหน่งได้ หรืออาการปวดเพิ่มจากบริเวณเฉพาะของข้อนั้นไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายด้วย ในการนี้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเนียง ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวจึงมีแนวคิดในการจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยสมุนไพรไทยขึ้นเพื่อเป็นความรู้และเป็นทางเลือกในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ได้ใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหัตถการการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
- เพื่อส่งเสริมหลักการแพทย์แผนไทยในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
- เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคเบื้องต้น
ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลบ้านเนียง จำนวน 30 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรม
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน อัตราคนละ 70 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน อัตราคนละ 30 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 6 ชั่วโมง X 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2 x 2.5 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25698250 บาท - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน อัตราคนละ 70 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
-
ค่าสมุนไพรที่ใช้ในการพอกเข่า
- สมุนไพร(ดองดึง) จำนวน 10 กิโลกรัมๆละ 600 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
- แป้งข้าวเจ้า จำนวน 20 กิโลกรัมๆละ 35 บาท เป็นเงิน 700 บาท
- แป้งข้าวหมาก จำนวน 20 ลูกๆละ 30 บาท เป็นเงิน 600 บาท
- ปูนแดง จำนวน 1 กิโลกรัมๆละ 60 บาท เป็นเงิน 60 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25697360 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน
- ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมากขึ้น
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อมลดน้อยลง
