โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำ (อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี) ปี ๒๕๖๙
-
นางหยาด นุ่มหยู่
-
นางจะรี เหล็มปาน
-
นายสมาน ออสันตินุตสกุล
-
นางสิริพร สะแหละ
-
นางปรานี คงรอด
จากรายงานองค์การอนามัยโลกพบว่า ในทุกๆปี มีเด็กทั่วโลก (อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี) เสียชีวิตจากการจมน้ำ เป็นอันดับ ๓ รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเอดส์ สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยพบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งมีจำนวนการเสียชีวิตสูงมากกว่าโรคติดต่อนำโดยแมลงและไข้เลือดออกถึง ๑๔ เท่าตัว จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าทุกๆ ๘ ชั่วโมง จะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต ๑ คน โดยเฉลี่ยทุกๆ ๑ เดือนประเทศไทยสูญเสียเด็กจากการจมน้ำเสียชีวิตมากกว่า ๙๐ คน นอกจากนี้ สำนักควบคุมโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากจมน้ำ พบว่า กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๓ ปี พบจมน้ำเสียชีวิตสูงเฉลี่ยถึงปีละ ๒๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๑ ของกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีทั้งหมดในปัจจุบันอุบัติเหตุจากการจมน้ำยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งสาเหตุดังกล่าวยังเป็นอันดับแรกของการเสียชีวิตของเด็กส่วนใหญ่ของประเทศไทยจากข้อมูลรายงานกระทรวงสาธารณสุขว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่าการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่าอายุ ๑๕ ปี ทั่วโลกเสียชีวิต เฉลี่ยวันละ ๓๗๕ คน ส่วนสถิติในประเทศไทยเด็กในอายุดังกล่าวจะเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ ๑,๔๐๐ คน หรือเฉลี่ยวันละ ๔ คน ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตทุกสาเหตุ ขณะที่ประเทศไทยมีเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่าประเทศที่พัฒนา แล้ว ๕-๑๕ เท่าตัว เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ
จากข้อมูลย้อนหลังในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา พบว่าในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุด ในบางปีมีจำนวนสูงเกือบ ๔๐๐ คน ซึ่งจํานวนและอัตราการเสียชีวิตตอประชากรเด็กแสนคน จากมูลเหตุดังกล่าว หากจะป้องกันการเสียชีวิตหรือลดอัตราการตายจากการจมน้ำของเด็ก เพื่อเป็นการป้องกันและการเฝ้าระวังปัญหาเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ จึงต้องให้นักเรียนและประชาชนทั่วไป มีทักษะการว่ายน้ำ สามารถช่วยเหลือตนเองให้สามารถว่ายน้ำ และรอดจากการเสียชีวิตจากการจมน้ำได้ จำเป็นจะต้องฝึกหัดให้ได้ฝึกหัดว่ายน้ำ หรือ ว่ายน้ำเป็น และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีช่วยชีวิตคนจากการจมน้ำแบบวิธีช่วยเหลือมาตรฐานสากล โดยใช้อุปกรณ์ใกล้มือ
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู ได้เห็นความสำคัญของปัญหาการจมน้ำและการช่วยเหลือชีวิตจากการจมน้ำทั้งในเด็กและประชาชนทั่วไป ในการป้องกันดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจากปี ๒๕๖๘ ในการป้องกันจมน้ำและการช่วยเหลือชีวิตจากการจมน้ำ เพื่อการพัฒนาการดำเนินการป้องกันการจมน้ำต่อไป
-
เพื่อฟื้นฟูพัฒนาทักษะทีมผู้ก่อการดี (Merit Maker) ในระดับพื้นที่
ทีมผู้ก่อการดีในชุมชนได้รับการฟื้นฟู พัฒนาทักษะ และความรู้ จำนวน ๑ ทีม
-
เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๖-๑๔ ปี มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ มีทักษะในการลอยตัว มีทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้ และช่วยเหลือคนจมน้ำได้
เด็ก ๖-๑๔ ปี ผ่านการอบรม “การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด” จำนวน ๑ ครั้ง
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย มีส่วนร่วมในการป้องกันเหตุการณ์จมน้ำในเขตพื้นที่ชุมชนและรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยง
มีการกำหนดจุดเสี่ยงการจมน้ำ จำนวน ๕ หมู่บ้าน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมฟื้นฟูทีมผู้ก่อการดี
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๑๐๐ คนๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐ บาท เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน ๑๐๐ คนๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน ๕ ชั่วโมงๆ ละ ๖๐๐ บาท จำนวน ๒ คน เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท
- ค่าเช่าเหมาสระว่ายน้ำ จำนวน ๑ ครั้ง เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท
ถึง18000 บาท
1.มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานตามมาตรการดำเนินงานการป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน จากสำนักงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ
2.เขตพื้นที่บริการของ รพ.สต.บ้านคู ไม่มีเด็กอายุ ต่ำกว่า ๑๕ ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ
