โครงการโภชนาการดี พัฒนาการสมวัย เด็ก 0-5 ปี ตำบลบางขุนทอง ประจำปี 2569
หลักการและเหตุผล โภชนาการเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะในช่วงปฐมวัยซึ่งเป็น หน้าต่างแห่งโอกาส ของการพัฒนาสมองและร่างกาย หากเด็กได้รับสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมตามวัย จะส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมอย่างเต็มศักยภาพ ในทางตรงกันข้าม หากเด็กมีภาวะทุพโภชนาการ เช่น น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ภาวะเตี้ย หรือภาวะอ้วน ย่อมส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพและการเรียนรู้ จากแนวทางของ องค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสำคัญกับโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาทุพโภชนาการและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ขณะเดียวกัน กรมอนามัย ได้กำหนดนโยบายและเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางเฝ้าระวังและส่งเสริมสุขภาพเด็กอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาเด็กบางส่วนได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ขาดความรู้ด้านโภชนาการที่ถูกต้องในผู้ปกครอง รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม มากเกินไป ส่งผลให้เกิดทั้งภาวะขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกิน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางขุนทอง ได้ทำการคัดกรองภาวะโภชนาการในเด็ก 0-5 ปี พบว่า ปี 2567 จำนวนเด็ก 40 คน มีภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จำนวน 6 คน อ้วน จำนวน 8 คน เตี้ย 2 คน สมส่วน 24 คน ปี 2568 จำนวนเด็ก 41 คน พบมีภภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จำนวน 5 คน อ้วน จำนวน 11 คน เตี้ย จำนวน 2 คน สมส่วน จำนวน 23 คน ปี 2569 จำนวนเด็ก 42 คน มีภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์จำนวน 6 คน อ้วน จำนวน 4 คน เตี้ย จำนวน 2 คน สมส่วน 30 คน จากปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโภชนาการดี พัฒนาการสมวัย เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็ก ควบคู่กับการติดตามเฝ้าระวังการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเด็กให้เติบโตสมวัย มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตอย่างยั่งยืน
-
เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมตามวัย และมีการเจริญเติบโตเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐา
-
เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ทั้งภาวะขาดสารอาหาร ภาวะเตี้ย ผอม และภาวะโภชนาการเกิน (อ้วน)
-
เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านโภชนาการที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็ก
-
เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มการบริโภคผัก ผลไม้ และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
-
เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ให้สมวัยตามเกณฑ์ของ กรมอนามัย
-
เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน ในการดูแลและส่งเสริมโภชนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง
-
เด็ก 0-5 ปี ได้รับการประเมินภาวะโภชนาการ สูงดีสมส่วนร้อยละ 90
-
ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี40
-
อสม20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประเมินภาวะโภชนาการ
ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และประเมินภาวะโภชนาการตามเกณฑ์ของ กรมอนามัย
บันทึกข้อมูลในกราฟการเจริญเติบโต และแจ้งผลให้ผู้ปกครองทราบ
คัดกรองเด็ก 0-5 ปี และกลุ่มเสี่ยง (ผอม เตี้ย อ้วน) เพื่อให้คำแนะนำเฉพาะราย
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569เด็ก 0-5 ปี ได้รับการประเมินโภชนาการ
0 บาท -
ส่งเสริมพัฒนาการสมวัย
ประเมินพัฒนาการเด็กตามช่วงอายุ กิจกรรมเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เช่น การออกกำลังกายและเล่นเสริมทักษะ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม ผ่านการเล่นและการเรียนรู้
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569เด็ก 0-5 ปี ได้รับการประเมินพัฒนาการ
0 บาท -
ให้ความรู้ด้านโภชนาการ
อบรมผู้ปกครอง เรื่องอาหารครบ 5 หมู่ และการจัดเมนูตามวัย ให้ความรู้เรื่อง “ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้” จัดนิทรรศการอาหารสุขภาพและสื่อความรู้โภชนาการ 1.ค่าป้ายไวนิลโครงการ 1ป้าย จำนวน 570 บาท 2.ค่าอาหารกลางวัน 1มื้อ1วัน60บาท60คน จำนวน3,600 บาท 3.ค่าอาหารว่าง 2มื้อ1วัน25บาท60คน จำนวน 3,000 บาท 4.ค่าวิทยากร 5 ชั่วโมง600 บาท1วัน จำนวน 3,000 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กได้รับความรู้เรื่องโภชนาการในเด็ก
10170 บาท -
ติดตามและประเมินผล
เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังดำเนินโครงการ
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ภาวะโภชนาการดี พัฒนาการดีสมวัย
0 บาท
1.เด็กได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และประเมินภาวะโภชนาการครบทุกคน 2.อัตราเด็กกลุ่มเสี่ยง (ผอม เตี้ย อ้วน) ลดลงเมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินโครงการ 3.เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมเหมาะสมตามช่วงวัย 4.เด็กมีสมาธิในการเรียนรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น 5.ผู้ปกครองและครูมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโภชนาการเด็กเพิ่มขึ้น สามารถจัดเมนูอาหารที่เหมาะสมตามวัยได้ถูกต้อง ลดการจัดอาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผัก ผลไม้ ในมื้ออาหารเด็ก 6.ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังและติดตามภาวะโภชนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง
