รู้ทันภัยเงียบ ป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรัง หมู่ที่ 6 บ้านต้นพิกุล
-
นางสราภรณ์ สุดทุ่ม
-
นางราตรี ปิยรักษ์
-
นางถนอม พรหมห้อง
-
นางจุรีวรรณ์ เคี่ยมพันธ์
-
นางสาวสุรีย์พร อำนักมณี
ปัจจุบันโรคไตนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 8–11.6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญส่วนใหญ่มาจากโรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารที่มีรสเค็มจัด การบริโภคอาหารเสริมโดยไม่เหมาะสม และการเพิ่มขึ้นของอายุประชากร ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 3-4 ซึ่งใกล้เข้าสู่ภาวะจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต และผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 ซึ่งต้องได้รับการล้างไต โดยแบ่งเป็นการล้างไตทางช่องท้องและการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จากข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต พบว่าสาเหตุหลักของโรคไตวายเรื้อรังคือโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม การไม่ออกกำลังกาย และภาวะน้ำหนักเกิน โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ป่วยและครอบครัว ไม่เพียงแต่กระทบต่อสุขภาพร่างกายและคุณภาพชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงของครอบครัว และก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจข้อมูลด้านสุขภาพในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านต้นพิกุล ตำบลควนเมา พบผู้ป่วยโรคเรื้อรังในกลุ่มผู้สูงอายุจำนวน 50 คน และกลุ่มอายุต่ำกว่า 60 ปี จำนวน 40 คน โดยมีผู้ป่วยภาวะไตวายระยะที่ 2-3 จำนวน 10 คน ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จำนวน 1 คน และกลุ่มเสี่ยง จำนวน 79 คน ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำปลา น้ำจิ้ม ผงปรุงรส รวมถึงขนมขบเคี้ยวและอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม อีกทั้งยังมีพฤติกรรมการเติมรสเค็มในทุกมื้ออาหาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคไต ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านต้นพิกุล จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต จึงจัดทำโครงการ “รู้ทันภัยเงียบ ป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรัง หมู่ที่ 6 บ้านต้นพิกุล” เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน การอ่านฉลากโภชนาการในผลิตภัณฑ์อาหารและขนมขบเคี้ยว ตลอดจนการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัยตามคำสั่งแพทย์ และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการป้องกันโรคไตอย่างถูกต้อง
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการป้องกันโรคไตอย่างถูกต้อง
-
เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง
ร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างปลอดภัย ลดพฤติกรรมการซื้อหรือใช้ยาจากสื่อโฆษณาโดยไม่เหมาะสม
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างปลอดภัย และลดพฤติกรรมการซื้อหรือใช้ยาจากสื่อโฆษณาโดยไม่เหมาะสม
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถรับประทานยาได้อย่างถูกต้องตามคำสั่งแพทย์ และมีความเข้าใจในการใช้ยาอย่างเหมาะสม
ร้อยละ 100 ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เข้าร่วมโครงการ สามารถรับประทานยาได้อย่างถูกต้องตามคำสั่งแพทย์ และมีความเข้าใจในการใช้ยาอย่างเหมาะสม
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง11
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง19
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดบรรยายให้ความรู้
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง ครอบคลุมสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง แนวทางการป้องกันโรค การบริโภคอาหารที่เหมาะสม การอ่านฉลากโภชนาการ รวมถึงการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างปลอดภัย
ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1 x 2 เมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 300 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 ชุด ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร 2 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 30 เล่มๆละ 20 บาท เป็นเงิน 600 บาท
เอกสารประเมินโครงการ ก่อน - หลัง จำนวน 30 ชุดๆ ละ 2 บาท เป็นเงิน 60 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 25692910 บาท
ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคไตเรื้อรัง สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสม
ประชาชนและกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดการบริโภคอาหารที่มีโซเดียม น้ำตาล และไขมันสูง ส่งผลให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง
ประชาชนในชุมชนมีความรู้ในการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างถูกต้องและปลอดภัย ลดการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์จากสื่อโฆษณาโดยไม่เหมาะสม
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้องตามคำสั่งแพทย์ ส่งผลให้สามารถชะลอความเสื่อมของไตและลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง
