โครงการเครือข่ายแกนนำครอบครัว อาสาสมัคร "ปรับรส ลดโรค" (เบาหวาน-ความดัน) ปีงบประมาณ 2569
-
1. นางมลทิพย์ แก้วมณี
-
นางสุรินทร์ บัวศรี
-
นางวัลลภา แท่นสงค์
-
นางนภารัตร์ จันทะสะโร
-
นางอารี พิทักษ์ธรรม
-
ปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) โดยเฉพาะ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของประเทศไทย สาเหตุหลักส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีรส หวานจัด และ เค็มจัด ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูงขึ้น นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ จากข้อมูลการสำรวจพบว่า ประชากรส่วนใหญ่มักได้รับโซเดียมและน้ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากแฝงอยู่ในเครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูป และกับข้าวที่ปรุงในครัวเรือน การรณรงค์เพียงการให้ความรู้แบบเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การสร้าง แกนนำครอบครัว ให้มีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวังโภชนาการภายในบ้านจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพราะครอบครัวเป็นหน่วยที่ใกล้ชิดกับการเตรียมอาหารมากที่สุด การนำเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) และการทดสอบความหวานมาใช้ประกอบการให้ความรู้ จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวเห็นภาพปริมาณน้ำตาลและโซเดียมที่แท้จริงในอาหารที่ตนเองรับประทานอยู่ทุกวัน เกิดความตระหนักและนำไปสู่การปรับปรุงรสชาติอาหาร (ลดปรุง ลดเค็ม ลดหวาน) ได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ [ชื่อหน่วยงาน/กลุ่มของคุณ] จึงเห็นความสำคัญในการจัดทำ โครงการเครือข่ายแกนนำครอบครัว อาสาสมัคร ปรับรส ลดโรค (เบาหวาน-ความดัน) ปีงบประมาณ 2569 เพื่อสร้างแกนนำครอบครัวต้นแบบที่มีความสามารถในการคัดกรองพฤติกรรมการบริโภค เพื่อลดอัตราความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ให้ห่างไกลจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงสืบไป
-
เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพแกนนำครอบครัว ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพแกนนำครอบครัว ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
เพื่อสร้างทักษะการเลือกซื้อเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพให้กับแกนนำครอบครัว
-
สมาชิกในครอบครัวของแกนนำครอบครัวมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปรุงและการกินอาหารที่ลดหวานและลดเค็มลง
-
แกนนำครอบครัว ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลหารเทา จำนวน 30 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ขั้นตอนการวางแผนการดำเนินงาน
1.1 ประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการเพื่อกำหนดแผนการดำเนินกิจกรรมแก่ผู้ดำเนินโครงการ เดือน พฤษภาคม 2569
- ประชุมชี้แจง อสม ในการดำเนินโครงการ เพื่อให้โครงการดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน
1.2 สำรวจและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายในชุมชน เดือนมิถุนายน 2569
-สำรวจแกนนำครัวเรือนที่มีความสนใจในการเข้าร่วมโครงการ1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569มีกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการอย่างชัดเจน
10100 บาท-
การบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “รู้ทันภัยเงียบ” เรื่องโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการรับประทานอาหารหวาน มัน เค็มกับการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
1.ค่าเครื่องตรวจความหวานในอาหาร จำนวน 1 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
2.ค่าเครื่องตรวจความเค็มในอาหาร จำนวน 1 เครื่องๆละ 1,500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
3.ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด (1 x 3 เมตร = 1 ผืน) เป็นเงิน = 450 บาท
4. ค่าสัมมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 คน ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท6250 บาท -
การบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “แลกเครื่องปรุง เปลี่ยนสุขภาพ”
กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ
-กิจกรรมเปิดหน้ากากโซเดียมและน้ำตาล การอ่านฉลาก (Label Reading) สอนดูค่า โซเดียม และ น้ำตาล ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ
-กิจกรรมการวัดด้วยเครื่องมือ (Digital Testing) เป็นกิจกรรมการเปรียบเทียบและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การปรุงอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
งบประมาณ
1.ค่าชุดเครื่องปรุงสาธิต จำนวน 1 ชุด (ประกอบด้วยด้วยน้ำปลา ซีอิ้ว ซอสปรุงรส ซอยหอยนางรมฯลฯ) จำนวน 1 ชุดเล็ก ชุดละ 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและอบรมให้ความรู้ จำนวน 30 คน คนละ 1 มื้อ ราคามื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท1250 บาท -
กิจกรรมอาสาพาตรวจรส ถึงก้นครัว
มีการสุ่มตรวจ (Food Sampling): ให้แกนนำครอบครัว (ที่ผ่านการอบรมแล้ว) พร้อมเจ้าหน้าที่หรือ อสม. นัดหมายลงเยี่ยมบ้านสมาชิกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อนำ เครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) ไปวัดค่าโซเดียมใน อาหาร หรือ น้ำซุป ที่สมาชิกทำไว้รับประทานจริงในมื้อนั้น และบันทึกสมุดพก พิกัดรสชาติ เพื่อจดบันทึกค่าความเค็ม/หวานที่วัดได้ในแต่ละสัปดาห์ เพื่อดูแนวโน้มว่าลดลงหรือไม่
1.ค่าถ่ายเอกสารแบบบันทึกการตรวจความเค็มและความหวานในอาหาร จำนวน 30 ชุด ชุดละ ราคาชุดละ 20 บาท600 บาท -
กิจกรรม ครัวตัวอย่าง ห่างไกลโรคNCD
คัดเลือกบ้านที่สามารถลดค่าความหวาน-เค็มได้ต่อเนื่อง มอบรางวัลเป็น ชุดเครื่องปรุงทางเลือก (เช่น ซีอิ๊วลดโซเดียม หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล)
1.ค่าเกียรติบัตรและรางวัล (เซทเครื่องปรุงทางเลือก) สำหรับครัวตัวอย่าง ห่างไกลNCD ที่ได้รับเลือก เซทละ 400 บาท จำนวน 5 ครัวเรือน2000 บาท
-
จำนวนครัวเรือนเป้าหมาย ร้อยละ 90 ได้รับการตรวจประเมินรสชาติอาหาร (ความเค็ม/ความหวาน) โดยแกนนำครอบครัว อย่างน้อยครัวเรือนละ 1 ครั้ง
ร้อยละ 70 ของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ มีการปรับปรุงพฤติกรรมการปรุงอาหาร เช่น ลดปริมาณเครื่องปรุงรสลง
