โครงการเกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ประจำปีงบประมาณ 2569
-
นางชนิศา ไชยประดิษฐ
-
นายทรงฤทธิ์ จันทร์แดง
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์คือจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใดและปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่รางกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคของต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลปาเสมัส ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ ทำสวนผลไม้และทำสวนยาง คิดเป็นร้อยละ 80 ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายวงกว้างอยู่ในพื้นที่ เกษตรกรในพื้นที่ยังคงมีการใช้สารเคมีอยู่เป็นจำนวนมาก การนำมาใช้ไม่ถูกวิธี ขาดความรู้และความตระหนักในการใช้สารเคมีให้ถูกต้อง จึงทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปาเสมัส จึงเห็นความสำคัญของสุขภาพจึงได้จัดทำโครงการเกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัยประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงตำบลปาเสมัส หมู่ที่ 2,4,5และ 8 ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อเป็นการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อให้เกษตรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและปลอดภัยจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
-
ร้อยละ 80 ของประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการประกอบอาชีพเกษตรกรในการใช้สารเคมีจำกัดศัตรูพืชได้รับการตรวจค้นหาความเสี่ยง
-
ร้อยละ 80 ของเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
-
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและไม่ปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบตำบลปาเสมัส หมู่ที่ 2,4,5,8 จำนวน 40 คน - ประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยงในหมู่ 2,4,5,8 จำนวน 20 คน รวมทั้งหมด 60 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีในเลือดที่มืผลระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย จำนวน 60 คน ดังนี้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 60 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้เกี่ยงข้องจำนวน60 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 80 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
-สมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท -ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1 x 2 เมตรจำนวน 1 แผ่นๆ ละ 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท ค่าอุปกรณ์ตรวจสารเคมีในเลือด -ชุดหายาฆ่าแมลงในเลือดเกษตรกร (กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส)จำนวน 1 กล่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท -เข็มเจาะเลือดปลายนิ้ว จำนวน 1 กล่องๆละ 1,050 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท -ค่าสมุดปกอ่อน จำนวน 60 เล่มๆละ 10 บาท เป็นเงิน 600 บาท
-ค่าปากกา จำนวน 60 แท่งๆละ10 บาท เป็นเงิน 600 บาท -ค่าแฟ้มใสติดกระดุม จำนวน 60 อันๆละ 10 บาท เป็นเงิน 600 บาท
รวมเป็นเงิน 18,450 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3.เกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีความรู้ ทักษะ การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้นและปลอดภัย
18450 บาท
