โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ปัจจุบันโรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกและระดับประเทศ จากสถิติพบว่าจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่มีหวาน มัน เค็ม เกินเกณฑ์ การขาดการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ รวมถึงความเครียดสะสม หากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางตา หรือการถูกตัดเท้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขอย่างมหาศาล
จากการดำเนินงานในพื้นที่ (หรือจากการสังเกตกลุ่มเป้าหมาย) พบว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลัก 3อ. 2ส. 1ฟ. (อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์, ไม่สูบบุหรี่, ไม่ดื่มสุรา และการดูแลฟัน/ช่องปาก) ส่งผลให้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) ยังคงสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดนอกจากนี้ การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนจากทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมของครอบครัว หรือการใช้ระบบ เพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อสร้างกำลังใจและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพให้มีความต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน จึงเห็นควรให้จัดทำ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขึ้น โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ การสร้างเครือข่ายแกนนำในชุมชน และการติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิดผ่านการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) และน้ำตาลสะสม (HbA1c) เพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่อง 3อ. 2ส. 1ฟ.
3 อ. (ดูแลสุขภาพพื้นฐาน) อ. อาหาร: กินอาหารครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้ (สูตร 2:1:1) อ. ออกกำลังกาย: เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ สัปดาห์ละ 4-5 วัน ครั้งละ 30 นาที อ. อารมณ์ดี: จัดการความเครียด พักผ่อนเพียงพอ ทำกิจกรรมที่ชอบ
2 ส. (ลดปัจจัยเสี่ยง) ส. ไม่สูบบุหรี่: หลีกเลี่ยงหรือเลิกบุหรี่ ส. ไม่ดื่มสุรา: ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์
1 ฟ. (ดูแลช่องปาก) ฟ. ฟันสะอาด: แปรงฟันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) หรือสูตร 222 (แปรง 2 นาที, 2 ครั้ง/วัน, ไม่กินหลังแปรง 2 ชม.)
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่อง 3อ. 2ส. 1ฟ.เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
-
เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวานผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเกณฑ์
เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและ การออกกำลังกาย
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 20 คน
-
แกนนำที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน
-
แกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อดูแลกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 10 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน7 พฤษภาคม 2569 ถึง 7 พฤษภาคม 2569
ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่อง 3อ.2ส.1ฟ. เพิ่มขึ้น
8550 บาท -
อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อดูแลกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน8 พฤษภาคม 2569 ถึง 8 พฤษภาคม 2569
เกิดเครือข่าย แกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน ที่มีความเข้มแข็ง สามารถให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6100 บาท -
ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยในชุมชน
ติดตามวัดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน เดือนละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 เดือน
11 พฤษภาคม 2569 ถึง 20 กรกฎาคม 256910500 บาท -
ติดตามระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม HbA1C24 กรกฎาคม 2569 ถึง 24 กรกฎาคม 2569750 บาท
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องหลัก 3อ. 2ส. 1ฟ. และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2. ผู้ป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมมากขึ้น ทั้งด้านการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการดูแลสุขอนามัยช่องปาก 3.เกิดเครือข่าย แกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน ที่มีความเข้มแข็ง สามารถให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) ของผู้เข้าร่วมโครงการมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการ 5.ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันและเรื้อรัง (เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ/สูงเกินไป หรือแผลเรื้อรังที่เท้า) 6.ครอบครัวและคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.doc) @9 มี.ค. 2569 | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน |
