โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง รพ.สต.บ้านพูด ปี 2569
-
นายอับดลเล๊าะ เหล็มปาน
-
นายอ่าซาน หมัดอาดัม
-
นางเสาด๊ะ ยาชะรัด
-
นางอารี ถานีโกด
-
นางสาวกรรณิการ์ ราป้อม
-
นางจรัส สะแหละ
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง ฯลฯ เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคไตวายเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) แผลเรื้อรัง การถูกตัดขา ตัดนิ้ว เป็นต้น ความเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่านอกจากการบริการทางคลินิกแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมีความสำคัญและจำเป็นในการแก้ไขปัญหาโรคติดต่อดังกล่าวซึ่งการบริการสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็น รวมทั้งการบริการสุขภาพเพื่อป้องกันและควบคุมโรคเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น ความอ้วน ความเครียด การออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ซึ่งหากประชาชนไม่สามารถควบคุมปัจจัยดังกล่าว ร่วมกับการมีอายุที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ย่อมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และต้องได้รับการรักษารับประทานยาตลอดชีวิต อีกทั้งหากมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ส่งผลให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น นั้น ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพูด ตำบลคลองเฉลิม จึงเล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มวัยทำงานจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริม กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน ตระหนัก รับรู้ถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น เป็นบุคคลที่มีสุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่อให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้รับความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม
กลุ่มเสี่ยงสามารถนำความรู้มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม
-
กลุ่มเสี่ยงสามารถนำความรู้ ไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
กลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ โดยมีผลแยกกลุ่มดังนี้ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเป็นโรค
เพื่อให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้ และสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ให้ความรู้ และสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง จำนวน 100 คน ในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ที่สมัครใจ ในจำนวน 6 หมู่บ้าน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 20 บาท = 4,000.- บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน = 7,000 บาท
- เครื่องชั่งน้ำหนัก พร้อมวัดค่าดัชนีมวลกาย จำนวน 1 เครื่องๆ ละ 1,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร (ภายนอก)จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชม.ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน = 1,800 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชม.ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน = 900 บาทถึง14700 บาท -
จัดกิจกรรมให้ความรู้ผ่านระบบออนไลน์ ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย ผ่านระบบเฟสบุ๊ค และแอปพริเคชั่นไลน์ถึง0 บาท
-
สร้างกลุ่มออกกำลังกายชุมชน เพื่อเป็นแกนนำในการออกกำลังกาย จำนวน 12 คน
- ค่าสมนาคุณวิทยากร 1 คน จำนวน 12 ชม. (วันละ 3 ชม. จำนวน 4 วัน) ชม.ละ 600 บาท เป็นเงิน = 7,200 บาท
ถึง7200 บาท -
ดำเนินงานติดตามประเมิน กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 100 คน จำนวน 4 ครั้ง ทำการประเมินค่าความเสี่ยง โดยการชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วน ค่าไขมัน ค่าดัชนีมวลกาย ในทุกๆ ครั้ง พร้อมทำการเปรียบเทียบ ก่อน – หลัง และแต่ครั้งของการประเมินผล พร้อมให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหารายบุคคล และรายกลุ่ม
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆ ละ 4 มื้อๆ ละ 20 บาท = 8,000.- บาท
ถึง8000 บาท -
จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อการดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการถึง0 บาท
-
สรุปรายงานผลโครงการถึงบาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และ ได้รับความรู้ในการปฏิบัติ และป้องกัน การเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และค่า BMI เกิน รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนจากโรคดังกล่าว
2. ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตาม และส่งต่อพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
3. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน
4. ลดภาวะแทรกซ้อนใหม่ในกลุ่มป่วย
