โครงการ NCDs คนตาลีอายร์ ควบคุมได้ ปี2569
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี22.33
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี38.18
-
ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการตรวจ HbA1c อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี66.99
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนได้รับการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk)72.57
กลุ่มโรคไม่ติดต่อ หรือ โรค NCDs (Non Communicable Diseases) เป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่ง ของโลกทั้งในมิติของจำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม ในปี พ.ศ. 2565 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานข้อมูลประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรค NCDs 41 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 74 ของสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งหมดของประชากรโลก โดยโรค NCDs ที่เป็นสาเหตุเสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตกลุ่มอายุ 30 - 69 ปี หรือ เรียกว่า “การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” มากถึง 17 ล้านคน ร้อยละ 84 เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ และกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียปีสุขภาวะและส่งผลกระทบ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง
สถานการณ์ในประเทศไทยโรค NCDs เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ อย่างมาก เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตคนไทย ที่ก่อให้เกิดภาระโรคจากการเสียชีวิตก่อน วัยอันควร ภาวะเจ็บป่วยและทุพพลภาพที่ท าให้ผลิตภาพการท างานลดลงหรือสูญเสียไปที่ส่งผลให้เกิด ความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs 4 โรคหลักดังกล่าว ปีละกว่า 400,000 ราย หรือวันละมากกว่า 1,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 81 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ โรค NCDs มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงหนึ่งปัจจัยหรือร่วมหลายปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม ปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิก
จากผลการดำเนินงานในคลินิกโรคเรื้อรัง (NCDs) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาลีอายร์ 3 ปีย้อนหลัง ปี 2566 ถึง 2568 พบว่า มีผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงจำนวน 68 ราย, 70 ราย และ 74 ราย ตามลำดับ ซึ่งถือว่ายังมีแนวโน้มที่สูงขึ้น และในปีงบประมาณ 2568 มีผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมีภาวะแทรกซ้อนเส้นเลือดในสมอง เป็นผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 3 ราย ทั้งนี้ยังพบปัญหา เมื่อผู้ป่วยมารับบริการในคลินิก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องงดน้ำและอาหารเพื่อเจาะระดับน้ำตาลในเลือด จะรีบเร่งในการกลับบ้านโดยไม่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องผลการตรวจหรือวิธีการปฏิบัติตัวที่เกี่ยวกับโรค ทำให้ไม่มีเวที/สถานที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมโรค โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาลีอายร์ จึงได้จัดทำโครงการ NCDs คนตาลีอายร์ ควบคุมได้ มุ่งหวังเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจ เสริมสร้างแรงบันดาลใจและความตระหนักในการลดการเกิดโรครายใหม่และควบคุมโรคเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี40
-
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี60
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการตรวจ HbA1c อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี ขนาดปัญหา 66.9980
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนได้รับการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk) ขนาดปัญหา 72.5780
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมพัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
การอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
จำนวน 50 คน ๆ ละ 60 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้ป่วยเบาหวานความดัน
จำนวน 50 คนๆ ละ 30 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่ามะกรูด 80 บาท/กิโลกรัม 15 กิโลกรัม เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่ารังไข่พลาสติก ชิ้นละ 10 บาท 50 ชิ้น เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าผ้าด้ายดิบ หลาละ 30 บาท 10 หลา เป็นเงิน 300 บาท
- ค่าแถบเจาะน้ำตาลในเลือด กล่องละ 500 บาท 4 กล่อง เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าเครื่องชั่งดัชนีมวลกาย เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 2 คน คนละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร * 2.4 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
- ค่าสมุดประจำตัว ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จำนวน 50 เล่ม x 50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
รวมเป็นเงิน 20,850 บาท15 เมษายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569- ผู้ป่วยมีความตระหนักในการควบคุมโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้ด้วยตนเอง
- ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตในอยู่ในภาวะปกติ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
20850 บาท -
กิจกรรมติดตามเจาะเบาหวานและวัความดันโลหิตสูงหลังอบรม
ตืดตามเจาะเลือดเบาหวาน วัดความดันโลหิตสูง ชั่งนำ้หนัก วัดรอบเอว จำนวน 2 ครั้ง -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆ ละ 30 บาท จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผู้ป่วยได้รับการติดตามเจาะเบาหวานและวัดความดันโลหิตสูง ทุก 2 เดือน
3000 บาท -
สรุปและประเมินผลโครงการ
ไม่ใช้งบประมาณ
1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569สรุปและประเมินผลโครงการในระบบส่งกองทุนตำบลตาลีอายร์
บาท
- ผู้ป่วยมีแรงบันดาลใจและความตระหนักในการควบคุมโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้ด้วยตนเอง
- ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตในอยู่ในภาวะปกติ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
