โครงการชุมชนต้นแบบจัดการสุขภาพและสุขศึกษาห่างไกลโรค NCD
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและมะเร็ง กลายเป็นภัยระบาดเงียบที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง และยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายต่างๆ ที่สามารถทำลายอวัยวะต่างๆของร่างกาย ทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เช่น หัวใจวาย ไตวาย เส้นเลือดในสมองตีบแตก เกิดอัมพาต และประสาทตาเสื่อมมัว โรคเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่องด้วยการทานยาตลอดชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศอย่างมหาศาล จึงทำให้ประเทศต้องมีนโยบายในการป้องกันควบคุมโรคเหล่านี้ โดยการลดพฤติกรรมเสี่ยงในประชากรไทย โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้เช่นกรรมพันธุ์อายุและปัจจัยที่สามารถควบคุมได้เช่นความอ้วน , ความเครียด , ขาดการออกกำลังกาย , การบริโภคอาหารไม่ถูกส่วนการดื่มสุราสูบบุหรี่ถ้าหากประชาชนไม่มีการควบคุมปัจจัยดังกล่าวร่วมกับการมีอายุที่มากขึ้นคือ ๓๕ ปี ขึ้นไปย่อมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงได้ซึ่งเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าวแล้วจำเป็นต้องรับประทานยาตลอดชีวิตหรือถ้าหากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลสุขภาพ การคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในพื้นที่ตำบลเปาะเส้ง ปีงบประมาณ 2568 พบว่า ประชานชนที่ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน มีน้ำตาลปกติ ร้อยละ 70.59 มีภาวะเสี่ยง ร้อยละ 29.41 สงสัยป่วย ร้อยละ 38.89 และป่วยเป็นโรค รายใหม่ จำนวน 5 ราย และประชาชนที่ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ปกติ ร้อยละ 68.43 มีภาวะเสี่ยง ร้อยละ 28 สงสัยป่วย ร้อยละ 3.57 ดังนั้น หากประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ปฏิบัติตัวยังไม่ถูกต้อง หรือขาดความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และขาดความรอบรู้/ตระหนัก ในการจัดการพฤติกรรมสุขภาวะตนเองแล้ว จะส่งผลให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ประกอบกับประชาชน ยังขาดการเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพ และขาดการจัดการสุขภาพของชุมชนโดยชุมชนเองในการดูแลหรือบริการอย่างต่อเนื่องและใกล้บ้านใกล้ใจ ไม่ว่าจะเป็น จุด/สถานที่ให้บริการหรือร่วมจัดการด้านสุขภาพในชุมชน ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และสงสัยป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพรวมทั้งสามารถประเมินและแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน ในการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลเปาะเส้ง จึงได้จัดทำโครงการชุมชนต้นแบบจัดการสุขภาพห่างไกลโรค NCD ขึ้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ใกล้บ้านใกล้ใจ และสามารถประเมินภาวะสุขภาพตนเองได้เบื้องต้น มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างยั่งยืน
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง สงสัยป่วย มีความรอบรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
- เพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพในการบริการและจัดการด้านสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง สงสัยป่วยสามารถเข้าถึงระบบบริการของชุมชนโดยชุมชน
- เพื่อส่งเสริมการเกิดกลไกจัดการหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต้นแบบห่างไกลโรค NCD
ตัวแทนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 50 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25699400 บาท -
ค่าวัสดุทางการแพทย์
- เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 3,500 บาท
- เครื่องเจาะ DTX จำนวน 2 เครื่องๆละ 1,800 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 1,000 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25698100 บาท -
ค่าวัสดุทางการแพทย์
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25693500 บาท -
กิจกรรมการติดตามประเมินผลถึงบาท
-
กิจกรรมสรุปถอดบทเรียนโครงการ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25697000 บาท
- ทำให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจและเกิดความตระหนัก สามารถดูแลและจัดการสุขภาพตนเอง
- ทำให้ประชาชนสามารถคัดกรองภาวะสุขภาพด้วยตนเองได้ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยสามารถดูแลตนเอง และปรับพฤติกรรมโดยไม่เป็นกลุ่มป่วยรายใหม่ รวมทั้งสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพในชุมชน (ใกล้บ้าน ใกล้ใจ)ทั่วถึง
- ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลจากชุมชนโดยทีมคณะทำงานของชุมชนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
