โครงการหนูน้อยฟันดี ยิ้มสวยสดใส
-
นายอัมรี เบ็ญนา
ปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับทันตสุขภาพเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะในเด็กก่อนวัยเรียน ปัญหาที่สำคัญ คือ โรคฟันผุ การที่เด็กมีฟันผุในฟันน้ำนม ผู้ใหญ่กลับคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความจริงแล้วฟันผุเป็นเรื่องอันตราย แม้จะไม่อันตรายถึงแก่ชีวิตแต่ก็ทำให้เด็กเจ็บปวดทรมานได้ โรคฟันผุในเด็กมีการลุกลามได้เร็วมาก ซึ่งเด็กบางคนพบว่ามีฟันผุเกือบทั้งปาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ผลกระทบของการมีฟันผุในฟันน้ำนม คือเกิดความเจ็บปวด การติดเชื้อและปัญหาการบดเคี้ยว ทำให้ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ มีผลต่อน้ำหนัก การเจริญเติบโตของร่างกาย พัฒนาการทางสมอง บุคลิกภาพที่ขาดความมั่นใจในตนเอง และยังส่งผลต่อพัฒนาการของฟันแท้อีกด้วย
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ได้ดำเนินการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ เก็บข้อมูลในปี 2566 พบว่า เด็กก่อนวัยเรียน เด็กอายุ 3 ปี และ 5 ปี เป็นตัวแทนการติดตามการเกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนม พบว่า ฟันผุระยะเริ่มต้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยพบร้อยละ 38.0 ในเด็กอายุ 3 ปี และร้อยละ 45.5 ในเด็กอายุ 5 ปี ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามจนฟันผุเป็นรู ทั้งนี้พบฟันผุที่ยังไม่ได้รักษาสูงถึงร้อยละ 46.1 และ 70.4 ในเด็กอายุ 3 ปี และ 5 ปี ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กอายุ 3 ปี มีคราบจุลินทรีย์ ร้อยละ 40.6 ในขณะที่เด็กอายุ 5 ปี มีคราบจุลินทรีย์ ร้อยละ 77.1 ปัจจัยที่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปากในกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียนที่สำคัญ คือ การได้รับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ พบว่าเด็กที่ฟันผุมีเชื้อ Mutan Streptocooci สูงกว่าเด็กโดยทั่วไป ปัจจัยที่สอง คือ การบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง เช่น การให้นมหวานแก่เด็ก การรับประทานอาหารระหว่างมื้อ เป็นต้น และปัจจัยที่สาม คือ การดูแลทำความสะอาดช่องปากของเด็กไม่ดี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ที่มีหน้าที่ต้องดูแลทำความสะอาดช่องปากของเด็ก และที่สำคัญ ความสัมพันธ์ของความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กนั้นมีผลต่อการเกิดโรคฟันผุ ฉะนั้นสุขภาพช่องปากเด็กจึงขึ้นกับการดูแลเอาใจใส่ของผู้ปกครองนั่นเอง
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสาคอบน จึงเห็นความสำคัญและได้จัดทำโครงการหนูน้อยฟันดี ยิ้มสวยสดใส เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กมีความรู้ และทัศนคติ เกี่ยวกับการดูแลทันตสุขภาพที่ดีเพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีต่อไปในอนาคต
- เพื่อให้ผู้ปกครองเด็ก/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปาก
- เพื่อกระตุ้นให้ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
- เพื่อให้ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี ดูแลความสะอาดของช่องปากและแปรงฟันอย่างถูกวิธี
- เพื่อให้เด็กได้รับการตรวจฟันและเคลือบฟลูออไรด์ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี จำนวน 60 คน
- เด็กอายุ 0-5 ปี จำนวน 200 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี2 ตุลาคม 2568 ถึง 10 กันยายน 256919250 บาท
1.เขียนโครงการและเสนอโครงการเพื่อรับการอนุมัติ 2. ประชาสัมพันธ์โครงการ 4.จัดกิจกรรมโครงการ 5.สรุปผลการดำเนินงาน
งบประมาณสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
- ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ0-5 ปีสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากให้กับเด็กได้
- ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0-5 ปี สามารถแปรงฟันและใช้ถุงนิ้วผ้าให้เด็กได้อย่างถูกวิธี
- เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากที่ดีขึ้น
- เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับฟลูออไรด์ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- เด็กอายุ 0-5 ปี ในพื้นที่ตำบลสาคอบนมีฟันผุลดลง
