โครงการทูบีนัมเบอร์วัน เขตชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโล๊ะจังกระ ปี 2569
สังคมไทยในปัจจุบันเข้าสู่ยุคสังคมเสรีนิยม คือมีอิสระในทุกๆด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ มีการแข่งขันทางด้านธุรกิจการค้ากันสูง พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจส่งเสริมการบริโภคจนเรียกว่า “บริโภคนิยม”ส่วนด้านสังคมก็รับเอาวัฒนธรรมจากทั่วโลกทั้งด้านดีและไม่ดีเข้ามาด้วย ในทางตรงกันข้ามความมั่นคงทางครอบครัว ความรักเอาใจใส่ต่อผู้สูงอายุ ต่อลูกหลานกลับลดลงหรือที่ถูกมองข้าม ทำให้สังคมมีปัญหามากมาย และเกิดในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับชาติ ทั้งครอบครัวแตกแยก หย่าร้าง เด็กถูกทอดทิ้ง ปัญหาการพนัน อาชญากรรม ติดสุราและยาเสพติดเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาของชาติทั้งสิ้น โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นและลุกลามออกไปอย่างกว้างขวางในหมู่เยาวชน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านโล๊ะจังกระ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาข้างต้นดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการทูบีนัมเบอร์วัน เขตชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโล๊ะจังกระ ขึ้นมา เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนสามารถดำเนินการใช้ชีวิตที่ดีและมีคุณภาพในสังคมต่อไป
-
๑ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเด็กและเยาวชนให้มีทักษะชีวิตพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
ข้อที่ 1 เด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพตามแผนที่กำหนด
-
ข้อที่ 2 เพื่อเสริมบทบาทครอบครัวในการดูแล ส่งเสริม และคุ้มครองสุขภาวะเด็กและเยาวชน
ข้อที่ 2 ครอบครัวและภาคีเครือข่ายในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินโครงการ
-
ข้อที่ 3 เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือของชุมชนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน
ข้อที่ 3 เด็กและเยาวชนมีความรู้ ทักษะชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพเชิงบวกเพิ่มขึ้น
-
ข้อที่ 4 เพื่อสร้างต้นแบบการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนในระดับชุมชนอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน
ข้อที่ 4 ครอบครัวมีความตระหนักและบทบาทในการดูแลสุขภาวะเด็กและเยาวชนมากขึ้น
-
ข้อที่ 5 ชุมชนมีกลไกหรือกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ TO BE NUMBER ONE เพื่อดำเนินการจัดทำแผนงาน
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๒๐ บาท
เป็นเงิน 1,000 บาท16 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25691000 บาท -
กิจกรรมรณรงค์ สร้างกระแส ประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมโครงการ TO BE NUMBER ONE
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 70 คนๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๒๐ บาท เป็นเงิน 1,400 บาท
-ค่าไวนิล ขนาด 1.2*2.4 เมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 600 บาท - ค่าป้ายโลโก้ จำนวน 3 ป้ายๆ ละ ๓๐๐ บาท
เป็นเงิน 900 บาท16 มีนาคม 2569 ถึงบาท -
3 กิจกรรมให้ความรู้อบรมแก่กลุ่มเป้าหมายหลักและรอง โครงการ TO BE NUMBER ONE จำนวน 3 ชุมชน 3.1 เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ม.5 ,9 และ 10 ต.คลองเฉลิม จำนวน 40 คน 3.2 ผู้ปกครองและครอบครัว จำนวน 20 คน 3.3 แกนนำชุมชน อสม. ครู และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 70 คนๆละ 20 บาท
เป็นเงิน 1,400 -ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คนๆละ 1 มื้อๆละ 50 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท -ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียนที่ใช้อบรม เป็นเงิน 600 บาท16 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25699100 บาท -
กิจกรรมฝึกสอนแกนนำเต้นแอร์โรบิก สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE จำนวน 20 คน เพื่อการฝึกซ้อมต่อเนื่อง สู่การแข่งขันในระดับอำเภอ
ค่าอุปกรณ์สื่อการสอน เช่น แฟลชไดรฟ์บรรจุเพลง จำนวน 1 อันๆละ 500 บาท
เป็นเงิน 500 บาท -ค่าตัดต่อวิดีโอเพลง ประกอบการเต้นแข่งขันระดับอำเภอ
เป็นเงิน 500 บาท -ค่าลำโพงล้อลาก 1 อัน เป็นเงิน 6,000 บาท16 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25697000 บาท
- เด็กและเยาวชนมีสุขภาวะที่ดี มีทักษะชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
- ครอบครัวมีบทบาทในการดูแลและเสริมสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชนอย่างเข้มแข็ง
- ชุมชนมีระบบและกลไกการสร้างเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนที่ยั่งยืน
- เกิดต้นแบบการดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนที่สามารถขยายผลได้ในระดับพื้นที่
