โครงการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในเลือดแก่ประชาชนที่มีความเสี่ยง
-
นายชวลิตร คีรีรัตน์
-
หลักการและเหตุผล ประชาชนตำบลคลองปางส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเกษตรกรมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเนื่องจากรูปแบบการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิม จากการทำเกษตรเพื่อบริโภคมาเป็นการทำเกษตรเพื่อเศรษฐกิจ เกษตรกรต้องการผลผลิตและรักษาคุณภาพของสินค้า จึงจำเป็นต้องใช้สารเคมี ประกอบกับมีการระบาดของศัตรูพืช จึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ตำบลคลองปาง มีจำนวนเกษตรกรกลุ่มที่สัมผัสสารเคมีในการประกอบอาชีพทำสวนยางพารา สวนปลูกฝรั่ง และปลูกผัก ซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรังมีการดำเนินงานดูแลสุขภาพเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง โดยการให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เรื่องอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การจัดบริการตรวจระดับเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส เพื่อให้เกษตรกรมีความตระหนักถึงโอกาสเสี่ยงในการได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกปี โดยในปีล่าสุด ๒๕๖8 ได้มีการสำรวจความเสี่ยงเกษตรกรจำนวน 113 คน และตรวจเลือดหาสารโคลีนเอสเตอเรสในผู้ที่มีความเสี่ยง พบว่า อยู่ในระดับไม่ปลอดภัย 17 คน คิดเป็นร้อยละ 15.05 ระดับเสี่ยง 27 คน คิดเป็นร้อยละ 23.89 ระดับปลอดภัย 31 คน คิดเป็นร้อยละ 27.43 ระดับปกติ 38 คน คิดเป็นร้อยละ 33.63 จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ไม่ถูกต้อง จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรังจึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในเลือดแก่ประชาชนที่มีความเสี่ยง เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันและลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตร และสร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
-
เพื่อให้ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการตรวจคัดกรอง และให้คำแนะนำเพื่อส่งต่อรักษา
ร้อยละ 80 ของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 2 ตลาดคลองปาง ตำบลคลองปาง ได้รับการคัดกรองภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิต
-
ร้อยละ 80 ของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 2 ตลาดคลองปาง ตำบลคลองปาง ได้รับการคัดกรองภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ร้อยละ ๑๐๐ ของประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการรักษาด้วยยาสมุนไพร
-
เพื่อให้มีการจัดบริการดูแลสุขภาพเชิงรุกแก่ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมย่อย จัดเก็บข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำนวน 100 คน
ค่าเอกสารการประเมินความเสี่ยง จำนวน 100 ชุดๆละ ๔ บาท เป็นเงิน 400บาท
ค่าป้ายไวนิล ขนาด ๑x๒ เมตร
จำนวน ๑ แผ่น เป็นเงิน ๓๐๐ บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 1 กันยายน 2569คัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยง
700 บาท -
เจาะเลือดตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยง จากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช จำนวน 210 คน
-ค่าชุดอุปกรณ์ตรวจหาสารโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุดๆละ ๑,3๐๐ บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
-ค่ากระดาษตรวจโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุดๆละ 1,200 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท -ค่าเข็มเจาะปลายนิ้ว จำนวน 1 กล่องๆละ 900 บาท เป็นเงิน 900 บาท - ค่าแอลกอฮอล์ขนาด ๔๕๐ ml จำนวน 1 ขวดๆละ 5๐ บาท เป็นเงิน 50 บาท
-ค่าถุงมือ จำนวน 1 กล่องๆละ 130 บาท เป็นเงิน 130 บาท
- ค่าสำลี จำนวน 1 ถุงๆละ ๑๓๐ บาทเป็นเงิน 13๐ บาท
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 1 กันยายน 2569ผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรอง
3700 บาท -
แจ้งผลการตรวจผู้แก่ผู้เข้ารับการตรวจคัดกรอง โคลีนเอสเตอเรส จ่ายยาสมุนไพรรางจืดแก่ผู้เข้ารับการตรวจที่มีผลอยู่ใน
- ค่ายาสมุนไพรรางจืด จำนวน 20 กระปุกๆละ 120 บาท (๑ กระปุก = ๑๐๐ เม็ด) เป็นเงิน 2,400 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 1 กันยายน 2569ผู้ที่ตรวจพบสารกำจัดศัตรูพืชในเลือด ได้รับความรู้และรับการรักษา
2400 บาท
กิจกรรมย่อย จัดเก็บข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำนวน 100 คน
ทำให้ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการตรวจคัดกรอง และให้คำแนะนำเพื่อส่งต่อรักษา ๒. ทำให้มีการจัดบริการดูแลสุขภาพเชิงรุกแก่ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยง
