โครงการจากรั่วสู่ปิ่นโต สุขภาพดี ปลอดสารพิษ
-
นางสาวบัลกีส กาหะมะ
-
ร้อยละของนักเรียนมีความรู้และสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้ด้วยตนเอง80
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากประสบปัญหาสุขภาพจากการบริโภคอาหารที่มีสารพิษตกค้าง เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และสารกันบูด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ นอกจากนี้ พฤติกรรมการบริโภคอาหารสำเร็จรูปและขาดการออกกำลังกายยังทำให้สุขภาพโดยรวมของประชาชนถดถอยลง การส่งเสริมให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนหันมาปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเองในบริเวณโรงเรียน หรือที่เรียกว่า “แปลงผักรั้วกินได้” (จาก “รั้ว” สู่ “ปิ่นโต”) จึงเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน โครงการ “จากรั่วสู่ปิ่นโต สุขภาพดี ปลอดสารพิษ” จึงมีเป้าหมายในการสร้างองค์ความรู้และทักษะให้กับคนในชุมชน/นักเรียน ให้สามารถปลูกผักปลอดสารพิษด้วยตนเอง รวมถึงนำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปหรือประกอบอาหารในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริงโรงเรียนศาลาฟี จึงตระหนักและให้ความสำคัญเลยจัดโครงการจากรั่วสู่ปิ่นโต สุขภาพดี ปลอดสารพิษ
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง80
วัตถุประสงค์ 1) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง นักเรียนมีความรู้และทักษะในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง ร้อยละ 90 2) เพื่อสร้างให้นักเรียนมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางอาหาร และการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง นักเรียนมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางอาหาร และการดูแลสุขภาพด้วยตนเองร้อยละ 90 3) เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันในโรงเรียน และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก นักเรียนมีการทำงานร่วมกันในโรงเรียน และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก ร้อยละ 90 4) เพื่อเป็นต้นแบบของการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน นักเรียนสามารถเป็นต้นแบบของการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน ร้อยละ 90
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน125
นักเรียน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรม จัดทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ
กิจกรรม 1 อบรมให้ความรู้ เรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การจัดการน้ำ และการป้องกันศัตรูพืชแบบธรรมชาติ (นักเรียนจำนวน 125 คน) - ค่าวิทยากร 600 บ. x 3 ชั่วโมง x 2 คน = 3,600 บ. - ค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมอบรม 35 บ. X 125 คน X 1 มื้อ
= 4,375 บ. - ค่าอาหารว่างวิทยากรและผู้สังเกตการณ์ 35 บ. X 2 คน X 1 มื้อ = 70 บ. - ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมอบรม 60 บ. X 125 คน X 1 มื้อ = 7,500 บ. - ค่าอาหารกลางวันวิทยากรและผู้สังเกตการณ์ 60 บ. X 2 คน X 1 มื้อ = 120 บ. รวมเป็นเงินทั้งหมด 15,665 บาท กิจกรรม 2 จัดการแข่งขันทำอาหารเพื่อสุขภาพ - ค่ากรรการ 500 บ. x 5 คน = 2,500 บ. - ค่าวัตถุดิบ กลุ่มละ 500 บ. x 15 กลุ่ม = 7,500 บ. - ค่ารางวัล 5 รางวัล รางวัลที่ 1 = 1,000 บาท รางวัลที่ 2 = 600 บาท รางวัลที่ 3 = 400 บาท รางวัลชมเชย 4 รางวัล รางวัลละ 200 บาท ทั้งหมด 800 บาท รวมเป็นเงิน 12,800 บาท รวม 28,465 บาทถึงวัตถุประสงค์ 1) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง นักเรียนมีความรู้และทักษะในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง ร้อยละ 90 2) เพื่อสร้างให้นักเรียนมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางอาหาร และการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง นักเรียนมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางอาหาร และการดูแลสุขภาพด้วยตนเองร้อยละ 90 3) เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันในโรงเรียน และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก นักเรียนมีการทำงานร่วมกันในโรงเรียน และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก ร้อยละ 90 4) เพื่อเป็นต้นแบบของการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน นักเรียนสามารถเป็นต้นแบบของการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน ร้อยละ 90
28465 บาท
1.นักเรียนมีความรู้และสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้ด้วยตนเอง 2.มีแหล่งอาหารปลอดภัยภายในโรงเรียน ลดการพึ่งพาการซื้อผักจากตลาด 3.ผู้เข้าร่วมมีสุขภาพดีขึ้นจากการบริโภคอาหารปลอดสารพิษและการประกอบอาหารด้วยตนเอง 4.นักเรียนเกิดความร่วมมือ เกิดความสัมพันธ์อันดี และมีการแลกเปลี่ยนผลผลิต 5.เกิดแหล่งเรียนรู้ตัวอย่างที่สามารถขยายผลไปยังชุมชนใกล้เคียง 6.ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน
