อสม.ชวนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) บ้านกาแบง
-
นายอิศแนน กองบก
-
นายหวาเหตุ เกษม
-
นางร้มมาหละ หลังแดง
-
นางสน เกษม
-
นายลิขิต บาโง้ย
กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อาทิ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งกินอาหารไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย กระทรวงสาธารณสุข จึงใช้กลไก อสม. ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพเบื้องต้นของคนในพื้นที่ เป็นผู้ส่งต่อความรู้ ความเข้าใจในการปรับพฤติกรรมการกินไปสู่ประชาชน โดยสอนให้เข้าใจถึงการคิดคำนวณพลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน และกินอาหารแบบนับคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรต ที่มาจากกลุ่มข้าว แป้งและน้ำตาล ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย ไม่ให้เกินร้อยละ 20 ของพลังงานที่ร่างกายต้องการ ส่วนที่เหลือให้เพิ่มเติมด้วยกลุ่มโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ถั่ว และไขมันดี หรือยึดหลักง่ายๆ ว่า “โปรตีนอย่าให้ขาด คาร์บอย่าให้เกิน เพิ่มเติมด้วยไขมันดี”ส่งเสริมการออกกำลังกาย และสนับสนุนให้เกิดมาตการชุมชน เกิดการจัดตั้งศูนย์คนไทยห่างไกลโรคNCDs ในชุมชน จากสถานการณ์การคัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในประชากร 35 ปีขึ้นไป ในหมู่บ้าน หมู่ 2 บ้านกาแบง ตำบลแหลมสน อำเภอละงู จังหวัดสตูล ปีงบประมาณ 2568 (ข้อมูลจากทะเบียนงานควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแหลมสน) จำนวนประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 356 คน ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงฯ 328 คน คิดเป็นร้อยละ 92.13 พบว่า มีกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน จำนวน 55 คน คิดเป็นร้อยละ 15.44 กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 0.84 พบผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ 1 คน และ กลุ่มเสี่ยงสูงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 19.10 กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 3.37 พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงใหม่ 0 คน ดังนั้น ทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน บ้านกาแบง จึงจัดโครงการ อสม.ชวนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) บ้านกาแบง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแบบนับคาร์บ ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ลดการเกิดผู้ป่วย NCDs รายใหม่
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ผู้เข้าร่วมโครงการมีระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ มากกว่าร้อยละ 50
-
เพื่อให้มีชุดเครื่องมือในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นในชุมชน
มีชุดเครื่องมือในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นในชุมชน 1 ชุด
-
เพื่อลดอัตราผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่
ผู้เข้าร่วมโครงการมีอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ น้อยกว่าร้อยละ 5
-
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงของหมู่บ้านกาแบง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ อสม.ชวนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ให้กับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงของหมู่บ้านกาแบง จำนวน 1 วัน3 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจในการบริโภคอาหารและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
6600 บาท -
จัดซื้อเครื่องมือในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นในศูนย์คนไทยห่างไกลโรคNCDs ในชุมชน เพื่อให้สามารถประเมินภาวะสุขภาพตัวเองเบื้องต้นได้
จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 1 เครื่อง
12 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 2569มีชุดเครื่องมือในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นในชุมชน 1 ชุด
2500 บาท -
ติดตามประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยจัดกิจกรรมให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่เข้าร่วมอบรม ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แลกเปลี่ยนปัญหา อุปสรรค แรงบันดาลใจที่ทำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้สำเร็จ จำนวน 1 วัน
ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการติดตามเยี่ยมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100
12 กรกฎาคม 2569 ถึง 24 กรกฎาคม 2569ผู้เข้าร่วมโครงการมีอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ น้อยกว่าร้อยละ 5
2500 บาท -
สรุปผลกิจกรรมการดำเนินงานโครงการ
จัดทำเอกสารรูปเล่มเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน จำนวน 2 เล่ม
23 สิงหาคม 2569 ถึง 28 สิงหาคม 2569มีเอกสารรูปเล่มสรุปผลการดำเนินงาน จำนวน 2 เล่ม
400 บาท
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เกิดผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงเป็นกลุ่มปกติ
- มีบุคคลต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน
- อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลง
