โครงกาบอนไซ ป้องกัน อัลไซเมอร์ เพื่อสุขภาพผู้สูงวัย
-
นายวินัย นุ้ยไฉน
-
นายเสกสรรค์ มัจฉา
-
ด.ต.สะหรี แดงงาม
-
นายชัยรัตน์ ลำโป
-
นางสาวฮัซวานี ปากบารา
-
ร้อยละของสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ
-
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
ผู้สูงอายุในชุมชนตำบลปากน้ำมีประชากรเพิ่มขึ้น
- โรคและปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงวัย โรคและปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงวัยแบ่งออกเป็นโรคทางกาย กลุ่มอาการผู้สูงอายุ และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งมักเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย โดยมีรายละเอียดดังนี้ โรคทางกายที่พบบ่อย • โรคความดันโลหิตสูง: เกิดจากการเสื่อมของหลอดเลือด หรือพฤติกรรมการกินเค็ม เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง • โรคเบาหวาน: เกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินลดลง หรือดื้ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง • โรคไขมันในเลือดสูง: เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดอุดตัน • โรคข้อเสื่อมและกระดูกพรุน: มักพบข้อเข่าเสื่อมจากการสึกหรอ และมวลกระดูกลดลงทำให้กระดูกเปราะหักง่าย • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และหัวใจ: เกิดจากหลอดเลือดตีบตันหรือแข็งตัวตามอายุ กลุ่มอาการและปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย • ภาวะสมองเสื่อม / อัลไซเมอร์: มีปัญหาความจำระยะสั้นถดถอย สับสน หรือหลงลืม • ปัญหาการทรงตัวและหกล้ม: เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงและการมองเห็น/การได้ยินลดลง เสี่ยงกระดูกหักอันตรายถึงชีวิต • ภาวะกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่: เกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อนยานหรือต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย • ปัญหาสายตาและได้ยิน: เช่น ต้อกระจก ต้อหิน และประสาทหูเสื่อม • ปัญหาการนอนไม่หลับ: หลับยากหรือตื่นกลางดึกจากความเสื่อมของฮอร์โมนและโรคประจำตัว • ภาวะทุพโภชนาการ: เบื่ออาหาร เคี้ยวลำบากจากปัญหาฟัน ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ปัญหาสุขภาพจิต • ภาวะซึมเศร้า: เกิดจากความเหงา การสูญเสียคนใกล้ชิด หรือการเจ็บป่วยเรื้อรังที่ทำให้รู้สึกไร้ค่า
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันอัลไซเมอร์ • ฝึกสมองอย่างต่อเนื่อง: อ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกสมอง (เช่น ซูโดกุ, พัซเซิล, ปริศนาอักษรไขว้) หรือเรียนรู้ทักษะและภาษาใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาท • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือว่ายน้ำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นรูปแบบอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ปลา ธัญพืชไม่ขัดสี และใช้น้ำมันมะกอก • ควบคุมโรคเรื้อรัง: รักษาระดับความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากโรคเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: ช่วยให้สมองได้ฟื้นฟูและลดการสะสมของโปรตีนที่เป็นพิษต่อเซลล์สมอง • จัดการความเครียดและเข้าสังคม: ทำกิจกรรมผ่อนคลายจิตใจ และพบปะพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง: งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ และจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงระมัดระวังอุบัติเหตุและการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางจิตร เกิดการกระตุ้นการคิดและวางแผน:
1.ผู้สูงอายุต้องคิดออกแบบโครงสร้างต้นไม้ ตัดสินใจเลือกกิ่งที่จะตัดแต่ง
2.วางแผนการดูแลระยะยาว กิจกรรมนี้จึงช่วยลับสมองให้เฉียบคม
-
ฝึกสมาธิและการจดจ่อ:
.การดัดกิ่งและการเล็มใบไม้อย่างเบามือ เป็นการฝึกสติและสร้างความจดจ่อที่คล้ายกับการทำสมาธิ ช่วยลดความกระวนกระวายใจได้ดี
-
ลดความเครียดอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กและ สร้างความรู้สึกภูมิใจและมีเป้าหมาย
1.การได้สัมผัสธรรมชาติและมองดูต้นไม้สีเขียว ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล)
2.ลดการทำงานของสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ลบ
- การใช้กรรไกรขลิบกิ่งไม้ การพันลวดดัด และการรดน้ำ ช่วยรักษาการทำงานประสานกันของสายตาและมือ ทั้งยังเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ ที่ปลอดภัยต่อข้อต่อ
4.บอนไซเป็นต้นไม้ที่เติบโตช้าและอยู่ได้นานเป็นปี ๆ การเห็นต้นไม้เติบโตจากน้ำพักน้ำแรงทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าและมีเป้าหมายในทุก ๆ วัน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ20
-
วัยทำงาน10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนและสร้างความเข้าใจ วางแผนงานกิจกรรม และสร้างความเข้าใจในกิจกรรม
กิจกรรมย่อยที่ 1 ประชุมกรรมการเพื่อเตรียมการโครงการ
-ค่าอาหารว่าง 35 บาท X 1 มื้อ X10 คน = 350 บาท
1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 พฤศจิกายน 2569ผู้รับผิดชอบโครงการมีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำโครงการและสามารถทำโครงการให้มีผลประโยชน์สูงสุด
350 บาท -
จัดซื้ออุปกรณ์
-คีบจับลวด-เหล็กดำ 3 เล่ม เล่มละ 550 บาท = 1650 บาท
-คีบปากท้องเรือ 3 เล่ม เล่มละ 650 บาท = 1950 บาท
-กรรไกรตัดใบ 3 เล่ม เล่มละ 350 บาท = 1050 บาท
-คีบตัดลวด -3 เล่ม เล่มละ 550 บาท = 1650 บาท
-กรรไกรตัดกิ่ง 3 เล่ม เล่มละ 350 บาท = 1050 บาท
-เลื่อยเเต่งกิ่ง 3 เล่ม เล่มละ 250 บาท =1750 บาท
-ลวดอลูมีเนียม 1.5 มิล 1 กิโลกรัม กิโละ 550 บาท =550 บาท
-ลวดอลูมีเนียม 2.5 มิล 1กิโลกรัม กิโละ 550 บาท = 550 บาท
-ลวดอลูมีเนียม 4 มิล 1 กิโลกรัม กิโละ 550 บาท = 550 บาท
-ลวดอลูมีเนียม 5 มิล 1 กิโลกรัม กิโละ 550 บาท = 550 บาท
-ค่าไวนิล ขนาด 4X5 1 แผ่น แผ่นละ 850 บาท =850 บาท
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 256912150 บาท-
กิจกรรมทางจิตร เกิดการกระตุ้นการคิดและวางแผน:บาท
-
บาท
-
-
กิจกรรมทางจิตร เกิดการกระตุ้นการคิดและวางแผน:
1.ผู้สูงอายุต้องคิดออกแบบโครงสร้างต้นไม้ ตัดสินใจเลือกกิ่งที่จะตัดแต่ง
2.วางแผนการดูแลระยะยาว กิจกรรมนี้จึงช่วยลับสมองให้เฉียบคม
-ค่าวิทยากร 3 คน คนละ 2ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท =3600 บาท
-ค่าอาหารว่างรวม 2 มื้อ มื้อละ 35 บาท จำนวน 30 คน = 2100 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ มื้อละ 80 บาท จำนวน 30 คน = 2400 บาท
รายละเอีอียดกิจกรรมเวลา 07.00 น -08.00 น ลงทะเบียน นัดรวมพลบริเวณที่ทำการอุทยานฯเภตรา
08.00 น -09.-30 น. คัดกรองอัลไซเมอร์เบื้องต้น โดยการใช้แบบทดสอบความจำ และการวิเคราะห์
09.30 น - 10.00 น พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 น-12.00 น ให้ความรู้การออกแบบโครงสร้างและการตัดสินใจคัดเลือกกิ่ง โดย อ.ธเนศ เจริญขวัญ ชมรมบอนไซสงขลา อ.อมร สุขสำราญ อุปนายกสมาคมบอนไซไทย
12.00 น - 13.00 น พักรับประทานอาหารเที่ยง
13.00 น-15.00 น .แลกเปลี่ยนเรียนรู้และลงมือปฏิบัติทำบอนไซ
15.00 น-15.30 น พักรับประทานอาหารว่าง
15.00 น- 16.30 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และลงมือปฎิบัติทำบอนไซ
1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 15 พฤศจิกายน 25698100 บาท -
กิจกรรมปฎิบัติการบอนไซ
การออกแบบจัดทรงบอนไซ
-ฝึกทักษะร่วมคิดและลงมือทำบอนไซ
-กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างรายได้จากบอนไซ
-สร้างขวัญกำลังใจด้วยการประกวดบอนไซ
-ค่าวิทยากร 3 คน คนละ 2 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท =3,600 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ มื้อละ 80 บาท จำนวน 80 คน = 6,400 บาท
รายละเอียดกิจกรรม
การออกแบบจัดทรงบอนไซ
-ค่าอาหารว่าง2 มื้อ มื้อละ 35 บาท จำนวน 80 คน =5,600 บาท
รายละเอียดกิจกรรม
08.00 น-10.00 น การออกแบบจัดทรงบอนไซ โดย Mr Vi Chit จาก Siam Bonsai Malaysia
10.00 น-10.30 น พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 น- 12.00 น -กิจกรรมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม ร่วมคิดและลงมือทำบอนไซ ควบคุมกลุ่มโดย Mr Vi Chit จาก Siam Bonsai Malaysia อ.ธเนศ เจริญขวัญ ชมรมบอนไซสงขลา
อ.อมร สุขสำราญ อุปนายกสมาคมบอนไซไทย อ.สมปอง สายห้า ชมรมบอนไซสุพรรณบุรี อ.การัน บุตรา ชมรมบอนไซสตูล12.00 น-13.00 น พักรับประทานอาหารเที่ยง
13.00น- 14.30 น กิจกรรมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม
14.30 น- 15.00 น พักรับประทานอาหารว่าง
15.00 น- 16.00น -กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างรายได้จากบอนไซ โดย คุณพิศิษฐ์ อริยะอมรกุล นายสมาคมบอนไซไทย
16.00น-17.00 น ส่งไม้เข้าประกวดมอบโบว์ จาก คุณพิศิษฐ์ อริยะอมรกุล นายสมาคมบอนไซไทย
13 ธันวาคม 2569 ถึง 13 ธันวาคม 256915600 บาท -
กิจกรรมประกวดบอนไซ
เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมจึงมีการประกวดและมีโบว์รางวัล
งบประมาณ 1000 บาท
13 ธันวาคม 2569 ถึง 13 ธันวาคม 25691000 บาท -
กิจกรรมติดตามและประเมินผล (มิตติ้งบอนไซ)
มิตติ้งบอนไซ
เเลกเปลี่ยนเรียนรู้การออกแบบบอนไซ การเเบ่งปันความรูั ประสบการณ์ เพื่อสร้างพัฒนาวงการบอนไซ นอกสถานที่ 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง เพื่อเก็บข้อมูล
-เก็บข้อมูลพันธ์ุไม้ท้องถิ่นที่ไม่อยู่ในบัญชีอนุรักษ์ของกรมอุทยานฯ
-เก็บข้อมูลผู้ทำบอนไซในตำบลปากน้ำ และทุกอำเภอในจังหวัดสตูล
- จัดตั้งชมรมบอนไซสตูลโดยใช้พื้นที่ หมู่ที 4 บ้านตะโละใสเป็นแกนหลักในการพัฒาสู่ความยั้งยืนต่อไป
ครั้งที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ 2570 ณ.กลุ่มตะโละใสไม้ดัด ม.4 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
อาหารว่าง 80 คนๆละ 35 บาท = 2800 บาท
ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน 2570 ณ.บ้านชายเล ม.1 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
อาหารว่าง 80 คนๆละ 35 บาท = 2800 บาท
ครั้งที่ 3 เดือนมิถุนายน 2570 ณ.อาคารอเนกประสงคืพื้นบ้านอ่าวนุ่น ม.4 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
อาหารว่าง 80 คนๆละ 35 บาท = 2800 บาท
ครั้งที่4 เดือนสิงหาคม 2570 ณ.ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลกำแพง ม.3 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล
อาหารว่าง 80 คนๆละ 35 บาท = 2800 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 31 สิงหาคม 25701.ได้ข้อมูล พันธ์ุไม้หวงห้ามตามบันชีอุทยานฯ และไม้นอกบันชี
2.ได้ข้อมูลผู้ที่ทำบอนไซ ในตำบลปากน้ำ และทุกอำเภอในจังหวัดสตูล
3.จัดตั้งชมรมบอนไซสตูลโดยใช้พื้นที่ หมู่ที 4 บ้านตะโละใสเป็นแกนหลักในการพัฒาสู่ความยั้งยืนต่อไป
11200 บาท -
Boonsai Maket / Bonsai Walking Street
เปิดตลาดถนนคนเดินชายหาดหาดอ่าวนุ่นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เป็นจุดแสดง บอนไซ ศิลป์มีชีวิต และตลาดซื้อขายบอนไซ และตลาดชุมชนท้องถิ่น ขึ้นสัปดาร์ละ 1 ครั้ง ์
30 ธันวาคม 2570 ถึง 30 สิงหาคม 25700 บาท
พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้เทคนิคใหม่ๆในการสร้างบอนไซ 2 เดือน 1 ครั้ง รวม 4 ครั้ง
1.เปิดพื้นที่สาธารณะออกกำลังกายยามเช้า
2.ลดภาระพึ่งพาจากบุตรหลานจากการทำไม้บอนไซ
3.มีกลุ่ม ทำไม้บอนไซและศูนย์เรียนรู้ ขึ้นในตำบลปากน้ำ 1 แห่ง
4.กลุ่มคนวัยทำงาน 20 คน ได้ทักษะใหม่ๆในการทำบอนไซ
5.กลุ่มผู้สูงอายุ 60 คน ได้ทักษะใหม่ๆในการทำบอนไซ
