โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย กายใจแข็งแรง หมู่บ้านนำร่องตำบลละหาร ปีงบประมาณ 2570
-
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบเป็นผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลัง และกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางโดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือ และรองเท้าบูทป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ การรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที จากการสำรวจที่ผ่านมา พบว่า ประชากรกลุ่มเป้าหมายยังไม่เข้าถึงการส่งเสริมสุขภาพรวมถึงการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาจส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายได้รับผลอันตรายในระยะยาว จึงมีความจำเป็นต่อการดูแลสุขภาพของเกษตรกร และผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชให้ปลอดภัยจากโรคภัยที่เกิดจากการสะสมสารเคมีในร่วมกับการส่งเสริมวิธีธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืชทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลละหาร ได้จัดโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย กายใจแข็งแรง หมู่บ้านนำร่องตำบลละหาร ปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เกิดความตระหนัก และการดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้วิธีธรรมชาติสามารถพึ่งตนเองได้ เช่นการใช้สมุนไพรในการถอนพิษสารเคมี เพื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป
-
1. เพื่อให้มีการจัดบริการเฝ้าระวังสุขภาพและคัดกรองความเสี่ยงเชิงรุกแก่เกษตรกร 2. เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้วิธีธรรมชาติ
-
กลุ่มเกษตรกรนำร่องหมู่ 8100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.คัดกรองความเสี่ยงโดยการสัมภาษณ์แบบ นบก.1 2.อบรมความรู้เชิงปฏิบัติการ เรื่องอันตรายจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืช 3.การเจาะเลือดตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษ Reactive paper 4. สรุปผลการดำเนินโครงการถึง30480 บาท
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลละหารจำนวน 30,480.-บาท รายละเอียด
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้าร่วมอบรม 100 คน* 35 บาท* 2 มื้อ เป็นเงิน 7,000.-บาท
2. ค่าอาหารกลางวันของผู้เข้าร่วมอบรม 100 คน* 70 บาท เป็นเงิน 7,000.-บาท
3. ค่าสมนาคุณวิทยากร 6 ชั่วโมง* 600 บาท เป็นเงิน 3,600.-บาท
4. ค่าจัดทำป้ายไวนิล ขนาด 1.22.5 ม.จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 750.-บาท
5.ค่าชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัส สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2,590 บาท 2 ชุด
เป็นเงิน 5,180.-บาท
6.ค่าชุดเอกสารสื่อให้ความรู้การควบคุมโรคจากการสัมผัสสารเคมี พร้อมแบบ นบก.1 เพื่อคัดกรอง
ความเสี่ยงโดยการสัมภาษณ์ 150 ชุดๆละ 23 บาท เป็นเงิน 3,450.-บาท
7.ค่าวัสดุในการจัดอบรม เป็นเงิน 3,500.-บาท
-แฟ้มกระดุม F4 จำนวน 100 ชุดๆ ละ 15 บาท เป็นเงิน 1,500.-บาท
-ปากกาลูกลื่น จำนวน 100 ด้าม* 5 บาท เป็นเงิน 500.-บาท
-สมุดปกอ่อน จำนวน 100 เล่ม* 15 บาท เป็นเงิน 1,500.-บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30,480.-บาท (สามหมื่นสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน)
- เกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- เกษตรกรมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย
