อสม.เคาะประตูบ้านร่วมใจต้านภัยไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา
จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก จังหวัดปัตตานี ตั้งแต่ปี 2559 - 2560การระบาดของโรคไข้เลือดออกของอำเภอยะรัง แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนและช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม 2560 โดยพบจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 639 ราย อำเภอยะรังพบผู้ป่วย จำนวน 73รายคิดเป็นร้อยละ88.30 ต่อแสนประชากร และตำบลวัด พบผู้ป่วย 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 147.77ต่อแสนประชากร โดยมีอัตราปวยต่อประชากรในปี 2559 – 2560 เท่ากับ 787.59 และ 111.65 ตามลำดับ
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ตำบลวัด จึงต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมโรคที่ได้ผล โดยมีกระบวนการทำงานเป็นทีม การมีส่วนร่วมของชุมชน และมาตรการการควบคุมโรคไข้เลือดออก ซึ่งหน่วยบริการสาธารณสุขระดับพื้นที่จำเป็นต้องจัดทำแผนในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกโดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันไม่ให้มีลูกน้ำยุงลาย เน้นการป้องกันทางกายภาพ โดยการปรับเปลี่ยนน้ำทุก ๕-๗ วัน และทางชีวภาพ ได้แก่การใช้ปลากินลูกน้ำ ทางเคมีได้แก่การฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลายตัวแก่ตามหลังคาเรือนในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป
-
1.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และเข้าใจและตระหนักในการป้องกันโรคไข้เลือดออก200.00
1.ประชาชนมีความรู้เรื่องไข้เลือดออกมากกว่าร้อยละ 90
-
2.เพื่อรณรงค์และเร่งรัดการป้องกัน โดยเน้นกิจกรรมทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมี จนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่200.00
2.ความชุกของลูกน้ำยุงลาย -ร้อยละ 80 ของหมู่บ้าน/ชุมชน มีค่า HIน้อยกว่า 10 -ร้อยละ 100 ของโรงเรียน ศาสนสถาน หน่วยงาน มีค่า CI เท่ากับ 0
3.อัตราป่วยด้วยไข้เลือดออกในตำบล ไม่เกิน 50 ต่อแสนประชากร -หมู่บ้านที่มีประชากรน้อยกว่า 2000 คนไม่มีผู้ป่วย -หมู่บ้านที่มีประชากรระหว่าง 2,001 – 3,999 คนมีผู้ป่วยได้ไม่เกิน 1 ราย -หมู่บ้านที่มีประชากรระหว่าง 4,000 – 5,999 คนมีผู้ป่วยได้ไม่เกิน 2 ราย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง150
-
อาสาสมัครสาธารณสุข50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดประชุมเวที อสม.เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกและหามาตรการควบคุมป้องกันโรค วันที่ 23 ก.ค.61
- ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง 100บาท x 50 คน =5,000 บาท
ถึงอสม.เข้าใจการดำเนินงานและควบคุม เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในตำบลวัด
5000.00 บาท -
2. จัดประชุม War Room โรคไข้เลือดออกในเครือข่ายสุขภาพ จำนวน 2ครั้งครั้งที่ 1 วันที่ 31 ก.ค.61 ครั้งที่2 วันที่ 20 ก.ย.61
- ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง50 คน × 100 บาท × 2 ครั้ง เป็นเงิน 10,000 บาท
ถึงเครือข่ายสุขภาพทราบสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ และมีมาตรการควบคุมโรคไข้เลือดออก
10000.00 บาท -
3. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก ให้กับแก่ตัวแทนแม่บ้าน วันที่ 15 ส.ค.61
- ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง200 คน × 100 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน × 400 บาท × 5ชม.เป็นเงิน 2,000 บาท
ถึงกลุ่มแม่บ้านมีความรู้เรื่องไข้เลือดออก และสามารถไปถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน
22000.00 บาท - ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง200 คน × 100 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท
-
4. อสม.เคาะประตูบ้าน ร่วมกับเจ้าบ้าน สำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันลูกน้ำยุงลาย ครั้งที่ 1 เดือน ส.ค.61 ครั้งที่2 เดือน ก.ย.61
ค่าพาหนะ อสม.เยี่ยมบ้าน 50 คน×50 บาท×2 ครั้ง เป็นเงิน 5,000 บาท
ถึง-อัตราความความชุกของลูกน้ำยุงลายลดลง
-มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายอย่างสม่ำเสมอ
5000.00 บาท -
5. พ่นหมอกควันพ่นหมอกควันในพื้นที่เสี่ยง และ แจกทรายอะเบทเดือน ก.ค - ก.ย.61
- ค่าวัสดุเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน เป็นเงิน 2,000 บาท
นำมันดีเซลเป็นเงิน 2,000 บาท
ถึง-อัตราความชุกของยุงลายลดลง
-อัตราการระบาดลดลง
4000.00 บาท - ค่าวัสดุเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน เป็นเงิน 2,000 บาท
-
6. กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์เรื่องไข้เลือดออกในหมู่บ้าน วันที่ 29 สค.61
รณรงค์และประชาสัมพันธ์เรื่องไข้เลือดออกในหมู่บ้าน
ถึงประชาชนมีความรู้และตระหนักในการป้องกันโรคไข้เลือดออก
0.00 บาท
- ให้ประชาชนในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง เหมาะสมในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคไข้เลือดออก
- ปริมาณการเกิดโรคและการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ลดลง ไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิต
- ชุมชนให้ความสำคัญ เกิดความตระหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่อย่างจริงจังต่อเนื่อง จนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุขต่อไป
