โครงการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน ในปีงบประมาณ 2562
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน2.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง2.00
ในปัจจุบันสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมาะสม การออกกำลังกายน้อยลง ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมายโดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งพบได้ทั่วโลกทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา ในประเทศไทยพบโรคเบาหวาน 2.5% ของประชากร คิดจากประชากร 60 ล้านคน มีคนเป็นโรคเบาหวานประมาณ 3 ล้านคน ส่วนโรคความดันโลหิตสูงมีคนเป็นโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 5 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2562 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด มีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จำนวน 1,950 คน และในปี 2561 ผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนโรคเบาหวาน จำนวน 167 คน และโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 477 คน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขในชุมชน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน2.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลงร้อยละ 2
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง2.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลงร้อยละ 2
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้น ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง1560.00
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,950 คน ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 80
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโหลิตสูง100.00
ประชาชนตรวจพบมีความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100
-
ประชาชนกลุ่มตรวจพบเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน100.00
ประชาชนกลุ่มตรวจพบเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ร้อยละ 100
-
กลุ่มวัยทำงาน1309
-
กลุ่มผู้สูงอายุ641
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดซื้อวัสดุการแพทย์
ค่าวัสดุการแพทย์
-กระดาษตรวจน้ำตาลในเลือด 35 กล่องๆ ละ 860บาท เป็นเงิน 30,100บาท -เข็มเจาะเลือด20 กล่องๆ ละ 745 บาท เป็นเงิน 14,900บาทถึงมีวัสดุการแพทย์ที่เพียงพอ
45000.00 บาท -
คัดกรองสุขภาพค้นหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปตามโครงการฯ
1.ทำแผนการออกปฏิบัติงานและประชาสัมพันธ์แผนการดำเนินงานในเขตรับผิดชอบผ่านทางอสม. ผู้นำชุมชน และแกนนำกลุ่มต่าง ๆ
2.เจาะโลหิตโดยเครื่อง DTX เพื่อวัดค่าน้ำตาลในเลือด และวัดความดันโลหิตในกลุ่มเป้าหมายพร้อมลงบันทึกและประเมินผล
3.ผู้ป่วยที่ระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 100 mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งแรก 4 สัปดาห์ ถ้าระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 126mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งที่2 4 สัปดาห์ ถ้าระดับน้ำตาลมากกว่า
หรือเท่ากับ 126mg % ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุง เพื่อรับการรักษาจากแพทย์
4.ผู้ป่วยที่ระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 120/80 mmHg นัดวัดความดันโลหิตซ้ำห่างจากครั้งแรก 4 สัปดาห์ ถ้าระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 mmHg ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุง
เพื่อรับการรักษาจากแพทย์
5.แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยให้สุขศึกษารายกลุ่ม
6.ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพื่อการดูแลและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
7.ติดตามประเมินผลโดยการเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำผู้ป่วยและครอบครัว
8.ประเมินผลโครงการ
ถึงประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพค้นหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงและได้มีการแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคฯและนัดติดตามกลุ่มเสี่ยง ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการค้นพบโดยเร็วและได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง
0.00 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง คร้ังที่ 1 ภายใน 3 เดือน
ติดตามกลุ่มเสี่ยงค้นหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปตามโครงการฯ
ถึงประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการติดตามตรวจสุขภาพซ้ำหลังคัดกรอง 3 เดือน ปกตินัดตรวจซ้ำอีก 1 ปี มีภาวะน้ำตาลและความดันโลหิตอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแนะนำปรับเปลี่ยนต่อนัดอีก 3 เดือน มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและความดันโลหิตสูงได้รับการส่งต่อ
0.00 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง คร้ังที่ 2 ภายใน 6 เดือน
ติดตามกลุ่มเสี่ยงค้นหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปตามโครงการฯ
ถึงประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการติดตามตรวจสุขภาพซ้ำหลังคัดกรอง 6 เดือน และประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการติดตามครั้งที่ 1 แล้วแต่ยังพบมีภาวะเสี่ยงนัดมาคัดกรองซ้ำ
ถ้าพบปกตินัดตรวจซ้ำอีก 1 ปี มีภาวะน้ำตาลและความดันโลหิตอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแนะนำปรับเปลี่ยนต่อนัดอีก 3 เดือน มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและความดันโลหิตสูงได้รับการส่งต่อ
0.00 บาท
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ลดลง ร้อยละ 2 ของประชาชนกลุ่มเสี่ยง
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,950 คน ได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพค้นหาโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,560 คน คิดเป็นร้อยละ 80 ของกลุ่มประชากร
ประชาชนตรวจพบมีความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโหลิตสูง ได้รับคำแนะนำ และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100
ประชาชนที่ตรวจพบเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโหลิตสูง (ผู้ป่วยรายใหม่) ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เกิดโรคแทรกซ้อน ร้อยละ 100
กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคฯ
กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้รับการส่งต่อตามระบบ
กลุ่มป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อควบคุมโรคหรือป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน
