โครงการอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีและตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
-
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีน
-
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ1.00
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ารับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น
ประชาชนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมเช่นทำสวน ปลูกพืชผัก ปลูกข้าวเป็นต้น และมีการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้น หากมีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพเกษตรกร จึงจัดทำโครงการอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีและตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับความรู้ สามารถป้องกันตนเองจากสารเคมีได้ถูกต้อง และได้รับการตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปมีความรู้และสามารถป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ถูกต้อง ข้อที่ 2เพื่อประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ข้อที่ 3 เพื่อศึกษาผลการตรวจระดับสารเคมีตกค้างในเลือดในกลุ่มประชาชนทั่วไป50.00
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้นร้อยละ 100
เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดร้อยละ 100
เกษตรกรที่ผลการตรวจอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการติดตาม ร้อยละ 100
ประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดร้อยละ 100
ประชาชนทั่วไปที่ผลการตรวจอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการติดตาม ร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ 1.2 กิจกรรมตรวจเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 1 ตามกลุ่มเป้าหมายที่อบรม 1.3 ตรวจเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 2 ติดตามเกษตรกรที่ผลการตรวจอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ
1.1กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป
จำนวน 5 วันๆละ 1 หมู่บ้าน
เกษตรกรหมู่ละ 25 คน
ประชาชนทั่วไปหมู่ละ 25 คน
วิทยากร จำนวน 1 คน
ผู้เข้าร่วม/ประธาน จำนวน 4 คน(เฉพาะวันเปิดโครงการวันแรกของการจัดอบรม)
- ค่าวิทยากร
500 บาท x 3 ชม. x 5 วัน = 7,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน
60 บาท x51 คนx 5 วัน =15,300 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกิจกรรมวันที่ 1(เช้า) 25 บาท x 55 คน = 1,375 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกิจกรรมวันที่ 2-5 (เช้า) 25 บาท x 51 คน x 4 วัน = 5,100 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (บ่าย)
25 บาท x 51 คน x 5 วัน = 6,375 บาท
ค่าจ้างจัดทำป้ายไวนิลโครงการ
ขนาด 1 เมตร x 2 เมตร = 300 บาท1.2 กิจกรรมตรวจเลือดหาสารเคมีคร้้งท่স 1 ตามกล่ มเป้าหมายท่ อบรม 1. ค่าชุดทดสอบโคลีนเอสเตอเรสพร้อมอุปกรณ์ 100 ตย. 1,500 บาท x 3 ชุด
= 4,500 บาท
1.3 ตรวจเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 2 ติดตามเกษตรกรที่ผลการตรวจอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย
- ค่าชุดทดสอบโคลีนเอสเตอเรสพร้อมอุปกรณ์ 100 ตย. 1,500 บาท x 1 ชุด
= 1,500 บาท
ถึงเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ถูกต้อง
เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด
เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่ผลการตรวจอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการติดตาม
41950.00 บาท
