โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ
-
นางนันทภัคเขียวเทพ
-
นายบุญธรรมปานนุกูล
-
นางสุพิชญ์รดารูปสูงชัยพงค์
-
นางจงกลราญฏร
-
นางสาวสมจิตอัมโร
-
จำนวนผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพ ออกกำลังกายและได้รับความรู้ในการดูแลตนเอง50.00
-
จำนวนผู้สูงอายุมีความมั่นใจตนเอง กล้าแสดงออก รู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง50.00
ในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในปี 2563 จะมีประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีอยู่ราว 1 ใน 6 ของประชากรทั้งหมด กล่าวตามนิยามของสหประชาชาติ คือ เมื่อประเทศใดมีประชากร อายุ 60 ปีขึ้นไป เกินร้อยละ 10 หรือ ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป เกินร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบรูณ์ (Aged Society) ประเทศไทยเริ่มเข้าสู้สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2547 และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบรูณ์ในปี 2567 หรืออีก 9 ปีข้างหน้า เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีผลกระทบต่ออัตราส่วนภาวะพึ่งพิง หรือภาวะโดยรวมที่ ประชากรวัยทำงานจะต้องเลี้ยงประชากรวัยสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัญหาในด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากผู้สูงอายุมีภาวะด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลง มีความเสื่อมของร่างกาย อวัยวะต่างๆทั่วไปเริ่มอ่อนแอ และเกิดโรคง่าย ภูมิต้านทานโรคน้อยลง รวมถึงมีการ เปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ และสังคม ชมรมผู้สูงอายุรักสุขภาพน้ำน้อย ได้ตระหนักถึงคุณค่าและสุขภาพผู้สูงอายุ รวมถึงเข้าใจสภาพปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุในทุกๆด้านดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ในชุมชนตำบลน้ำน้อยขึ้น และจัดกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของผู้สูงอายุ โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมสุขภาพ ของผู้สูงอายุ ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพไม่เป็นภาระต่อสังคมและครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีชีวิตอย่างมีคุณค่า สามารถสร้างประโยชน์ช่วยเหลือสังคมและครอบครัว ต่อไป
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ข้อที่ 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุเห็นประโยชน์ของการออกกำลังกายและการฝึกปฏิบัติตามวิทยากรสาธิตได้ ข้อที่ 3.เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ทางด้านสรรพคุณสมุนไพรในการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ข้อที่ 4.เพื่อให้ผู้สูงอายุร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดซึ่งกันและกันได้50.00
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
1.ผู้สูงอายุได้รับความรู้เรื่องการดูแลตนเองและสามารถจัดการหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพทางกาย สุขภาพทางใจด้วยตนเอง ร้อยละ 70
2.ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายและมีความกระปรี้กระเปร่าเพิ่มขึ้นจากการไม่ได้ออกกำลังกาย
3.ผู้สูงอายุสามารถบอกสรรพคุณของสมุนไพร และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ร้อยละ80
4.ผู้สูงอายุสามารถถ่ายทอดความรู้พูดคุยในแต่ละกลุ่มได้ ร้อยละ 80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. วิทยากรให้ความรู้ 1.1 กิจกรรมย่อยวันที่ 1.....กิจกรรมยืด เหยียด คลายกล้ามเนื้อ 1.2 กิจกรรมย่อยวันที่ 2.....ยืดคลายบรรเทาหายด้วยสมุนไพร สาธิตพร้อมทั้งปฏิบัติการทำลูกประคบสมุนไพร(แบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้) กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 กลุ่มที
ค่าวิทยากรให้ความรู้...500..บ.x…6ชั่วโมง x 1คน = 3,000 บ.
-ค่าอาหารกลางวัน60.บ.x 50 คน x1มื้อ
= 3,000 บาท
-ค่าอาหารว่าง 25.บ.x 50 คน x2มื้อ
= 2,500 บาท
-ค่าสมุดบันทึกความรู้/วัสดุเอกสาร
20 บ.x 50 คน = 1,000 บาท
-ค่าถ่ายเอกสาร,ค่าพิมพ์เอกสารและสิ่งพิมพ์ = 500บ .
-ค่าไวนิล 500 บาท
รวมเงิน 10,500 บาท
-ค่าวิทยากรให้ความรู้500.บ.x6 ชั่วโมง x 1คน = 3,000 บ.
-ค่าอาหารกลางวัน 60.บ.x 50 คน x1 มื้อ
= 3,000 บาท
-ค่าอาหารว่าง 25.บ.x 50 คน x2มื้อ
= 2,500 บาท
-ค่าวัสดุสาธิต สมุนไพรลูกประคบ รายการดังนี้
ผ้าขาวดิบ 800 บาท
เชือก 1 ม้วน 300 บาท
เหง้าไพล 800 บาท
เหง้าขมิ้นชัน 200 บาท
ตะไคร้บ้าน 200 บาท
ผิวมะกรูด 200 บาท
ใบมะขาม 00 บาท
ใบส้มป่อย 800 บาท
เกลือ 100 บาท
การบูร 1,000 บาท
รวมเงิน = 4,400 บาท
-ค่าอื่นๆที่จำเป็นในการฝึกอบรม = 200.-บาท
รวมเงิน 13,100 บาท
-ค่าวิทยากรให้ความรู้500.บ.x6ชั่วโมง x 1คน = 3,000 บ.
-ค่าอาหารกลางวัน60.บ.x 50 คน x1มื้อ
= 3,000 บาท
-ค่าอาหารว่าง 25.บ.x 50 คน x2มื้อ
= 2,500 บาท
-ค่าแผ่นบอร์ด/กระดาษโฟรชาร์ต
20 บ.x 5 กลุ่ม = 100 บาท
-ค่าปากกาเมจิกเพื่อการเขียนที่เห็นได้ชัด
50 บ.x 5 กลุ่ม = 250 บาท
-ค่าไวนิล 500.-บาท
รวมเงิน =9,350 บาท
รวมเงินทั้งสิ้น.....32,950...............บาท
ถึง32950.00 บาท
1.ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพ ออกกำลังกายและได้รับความรู้ในการดูแลตนเอง 2.ผู้สูงอายุมีความมั่นใจตนเอง กล้าแสดงออก รู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง 3.การดำเนินงานของชมรมผู้สูงอายุเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 4.ลดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
