โครงการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ประจำปี 2562
-
นายทวีบัวชื่น
-
นายมนัส เชื้อพราหมณ์
-
นางวาด ธรรมสะโร
-
นางวิไล สินแก้ว
-
นางรีมาลากุล
-
จำนวนผู้ป่วยมีความรู้และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับโรค129.00
สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีจำนวนสูงมากขึ้น ซึ่งจัดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทย หากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ นำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าและโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3-8 เท่า และผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลต่ำกว่าปกติมีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ขณะที่รายที่มีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายเพิ่มขึ้น อาทิ ความเสื่อมสภาพของหลอดเลือดสมอง หัวใจ ตา ไต และเท้า เป็นต้น ซึ่งภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวข้างต้นนำไปสู่การสิ้นเปลืองด้านทรัพยากร งบประมาณ อุปกรณ์ ตลอดจนเวชภัณฑ์ต่างๆ ในการรักษาและการจัดการกับภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
การลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว จะต้องควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายสำหรับกลุ่มป่วยดังกล่าว และเข้าถึงการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน แต่เนื่องด้วยผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิตและมีการปรับพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความเบื่อหน่าย ขาดความใส่ใจในการรักษา ไม่ร่วมมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการควบคุมอาการของโรค กระทบต่อผู้ป่วยโดยตรงจากการกำเริบอาการของโรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีนเปิดให้บริการคลินิกโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหอบหืดทุกวันจันทร์มีจำนวนกลุ่มป่วยที่รับยาที่ รพสต. ตั้งแต่ปี 2559 - 2561 จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน 20 คน ความดันโลหิตสูง 161 คนเบาหวานและความดันโลหิตสูง 48 คน ทั้งสิ้น 229 รายพบว่า อัตราผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับ HbA1c น้อยกว่า 7 % ร้อยละ 28.21 ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์< 140/90 มม.ปรอท ร้อยละ 18.93และจากสถิติผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่พบป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและหอบหืดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตในแต่ละปีผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลและตรวจสุขภาพประจำปีตามเกณฑ์มาตรฐาน
จากข้อมูลข้างต้น การหาแนวทางในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน และลดความรุนแรงของโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ในกลุ่มป่วยดังกล่าว จึงมีความจำเป็นและควรเริ่มต้นจากการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้ป่วยเอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีความรู้ และมีความตระหนักต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงและเข้าถึงการรับบริการตามสิทธิประโยชน์
-
ข้อที่ 1เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับโรค0.00
- กลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (อัตราควบคุมโรคได้เพิ่มขึ้น)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง129
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ 1.1 ประชุมวางแผนปฏิบัติการร่วมกับอสม. เพื่อมอบหมายกลุ่มเป้าหมายในการติดตามกลุ่มป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง 1.2 อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง - ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จำนวน 129 คน - ผู้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
25 บาท x105 คน = 2,625 บาท
ค่าวิทยากร500 บาท x 6 ชม. x 1 คน = 3,000บาท
ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x135คน = 8,100 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(เช้า)
25 บาท x138 คนx = 3,450บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(บ่าย )
25 บาท x135 คนx = 3,375บาท
- ค่าจ้างจัดทำป้ายไวนิลโครงการ
ขนาด 1.5 เมตร x 2.5 เมตรx 1แผ่น = 562 บาท
ค่าวิทยากร500 บาท x 6 ชม. x 1 คน = 3,000บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(เช้า)
25 บาท x135 คนx = 3,375บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(บ่าย )
25 บาท x135 คนx = 3,375บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x135คน = 8,100 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
25 บาท x25 คน = 625 บาท
รวม 39,587 บาท
ถึง39587.00 บาท
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนและอัตราการควบคุมโรคได้ดีเพิ่มขึ้น
