โครงการเข้าค่ายแบบมีส่วนร่วมของครอบครัวในการส่งเสิรมทักษะการเรียนรู้ทางกายและใจให้กับคนพิการ
-
นายสิทธิพงค์หนูชูชัยประธาน
-
นางพรรณทิพาเพชรคง
-
นางเขมรินทร์แก้วนุ้ย
-
นางบัวทิพย์นุ่นปาน
-
นางสาวผุสดีศรีแก้วกรรมการ/ผช.กรรมการ
-
ผู้พิการหรือผู้ดูแลได้ทำกิจกรรมร่วมกัน แบบมีส่วนร่วมของครอบครัว และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ เข้าร่วมสังคมกับบุคคลอื่นๆได้ ตลอดถึงสามารถเรียนรู้ทางกาย และจิตใจได้ ปรับเปลี่ยนทัศนะคติ และพฤติกรรมได้ ในการใช้ชีวิตประจำวัน40.00
ตามพระราชบัญญัติพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550คนพิการเป็นบุคคลซึ่งมีข้อจำกัด ในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใดประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่างๆ มีความจำเป็น เป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านหนึ่ง ด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป ซึ่งครอบครัวก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้คนพิการสามารถฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง การดูแลสุขภาพผู้พิการประกอบด้วยเนื้อหา 6 ส่วน โดยเริ่มจากการจัดบริการสุขภาพคนพิการซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำเนินการด้านสาธารณสุขมีองค์ประกอบ 5 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพและการจัดหาอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการมีการสำรวจข้อมูลและการประเมินหาความจำเป็น จัดบริการตามศักยภาพทั้งในด้านสถานที่จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต
คนพิการเป็นกลุ่มคนที่สามารถพัฒนาทักษะการดำรงชีวิตประจำวันให้อยู่ในครอบครัวและสังคมได้พอสมควรโดยมีครอบครัวและหน่วยงานภาครัฐคอยช่วยส่งเสริมและให้คำแนะนำซึ่งคนพิการเหล่านี้สามารถปรับตัวทางสังคมและประกอบอาชีพต่าง ๆตามศักยภาพได้แต่ส่วนใหญ่ยังขาดความเชื่อมันในตนเองไม่กล้าแสดงออกและไม่กล้าเรียกร้องสิทธิให้กับตนเองฉะนั้นคนพิการนี้จึงควรที่จะได้รับการสร้างเสริมทักษะในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ตนเองสามารถอยู่ในสังคมได้ ทั้งด้านสิทธิมนุษยชนศักดิ์ศรีและความเสมอภาคตลอดจนมีความสำคัญของหลักการและนโยบายแนวทางการเสมอภาคของคนพิการในการส่งเสริมโอกาสการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่โดยปราศจากอุปสรรค
เทศบาลตำบลบ้านพร้าว ได้เล็งเห็นและได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้คนพิการได้รับการพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ ของการอบรมแบบมีส่วนร่วมของครอบครัวผู้พิการ ผู้ดูแล และผู้เกี่ยวข้องในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ทางกาย, ใจให้กับคนพิการ ซึ่งคนพิการในเขตรับผิดชอบมีทั้งหมด219คน และเป็นผู้พิการที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและผู้ดูแลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกคนเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข จึงได้ดำเนินจัดกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะดังกล่าวขึ้นซึ่งเป็นการปูพื้นฐานให้พวกเขาได้มีโอกาสสร้างเสริมความเข้มแข็งในการดำรงชีวิตประจำวันต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ
-
1.เพื่อให้ผู้พิการได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ให้เข้มแข็งมีความเชื่อมั่นในตนเองและกล้าแสดงออก สามารถเข้าสู่สังคมได้ดี 2.เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัวและคนรอบข้างทำให้ผู้พิการมีสุขภาพกาย ใจ ที่ดีและมีกำลังใจในการดำรงชีพและอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข 3. ผู้พิการมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งรอบข้างและครอบครัวทำให้สามารถดำรงชีวติประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ40.00
1.ร้อยละ 80 ผู้พิการสามารถนำทักษะความรุ้ที่ได้จากกิจกรรมในการเข้าค่ายไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี
2.ผุ้พิการมีทัศนคติที่ดี มีสุขภาพกาย ใจ ที่ดีและมีกำลังใจสามารถดำรงชีวิตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการเข้าค่ายแบบมีส่วนร่วมของครอบครัวในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ทางกาย ใจให้กับคนพิการ
1.เสนอโครงการเข้าสู่แผน สปสช เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ 2. ทำบันทึกข้อตกลง และแบบเสนอโครงการส่งกองทุน 3.ทำโครงกาเสนอนายกเพื่อขออนุมัติโครงการ 4.ประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมาย 5.ดำเนินกิจกรรมการโครงการ 6.ติดตามและประเมินผล และรายงานผลกลับไปยังกองทุน งบประมาณ 1.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 40 คนๆละ 2 มื่้อๆละ 80.- เป้นเงิน6400.- 2.ค่าอาหารเย็น จำนวน 40 คนๆละ 100.- เป็นเงิน 4000.- 3.ค่าอาหารเช้า จำนวน 40 คนๆละ50.- เป็นเงิน 2000.- 4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คนๆละ 3มื้อๆละ25.-เป็นเงิน3000.- 5.ค่าวัสดุเป็นเงิน 2000.- 6.ค่าวิทยากร 4คนๆละ 8ชมๆละ600.-เป็นเงิน 4800.- 7.ค่าจ้างเหมารถไปกลับ จำนวน 2 คัน ๆละ 1000เป็นเงิน 2000.- 8.ค่าที่พัก 40 คน เป็นเงิน 14500.- 9.ค่าห้องประชุม 2วันเป็นเงิน 3000.- 10.ค่าป้ายโครงการ 1*3 เมตรๆละ150เป็นเงิน 450.- รวมเป็นเงินทั้งสิ้น42150.-
ถึง1.ร้อยละ 80 ผู้พิการสามารถนำทักษะความรุ้ที่ได้จากกิจกรรมในการเข้าค่ายไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2.ผู้พิการมีทัศนที่ดีต่อคนรอบข้างและมีสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อครอบครัว มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
42150.00 บาท
1.ผู้พิการที่เข้ารับการอบรมพัฒนาทักษะการเรียนรุ้ มีความเชื่อมั่นในตนเองและมีสุขภาพที่ดีขึ้นอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 2.ผู้พิการมีทัศนคติที่ดีต่อคนรอบข้างและมีสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัว มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
