โครงการประชาชนปลอดภัย ลดใช้สารเคมีปราบศตรูพืช ปี 2562
-
นายธีรพจน์พงศ์ดารา
-
นางสารภีหรนจันทร์
-
นางฐิติยา รักษาแก้ว
-
นางสุพัตราคะโมระวงค์
ปัจจุบันสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช (Pesticides) เข้ามามีบทบาท และใช้ในด้านการเกษตรอย่างกว้างขวางและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าสารเคมีดังกล่าวจะมีหลักฐานและข้อมูลทางวิชาการแสดงถึงความเป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน และทุกคนมีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับสัมผัสได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีโดยตรง หรือกลุ่มผู้บริโภคพืชผักที่มีสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในพืชผักจำนวนมาก การแก้ไขปัญหาและการควบคุมการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพื่อคุ้มครองสุขภาพทั้งเกษตรกร และผู้บริโภคเป็นบทบาทที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการลดปริมาณการใช้ และการเฝ้าระวังการได้รับพิษจากสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เป็นสิ่งสำคัญที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำข้อมูลไปให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง และประชาชนทั่วไป สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ส่วนใหญ่มีผลต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งจากข้อมูลปริมาณการนำเข้าและการตรวจพบสารตกค้างในพืชผักดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภค ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับสัมผัสสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีแนวโน้มความเสี่ยงรุนแรงมากขึ้น ในแต่ละปีมีการรายงานผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการได้รับพิษจากสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ทั้งที่เกิดจากความตั้งใจ และไม่ตั้งใจ อย่างต่อเนื่องทุกๆปี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ ๘๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนาทำไร่ ทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่และจากการตรวจเลือดเกษตรกรปี ๒๕๖๑มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจ จำนวน๓๑ คนพบว่ามีผลการตรวจ ไม่ปลอดภัย จำนวน ๖ คนมีความเสี่ยง จำนวน ๑๓ คนปลอดภัย จำนวน ๑๑ คน และปกติ จำนวน ๑ คน จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพ และการบริโภคสารเคมีจากพืช ผัก ผลไม้ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด เพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช1
กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร้อยละ ๘๐
-
เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช1
เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจหาปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด 100%
-
เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและดีขึ้น1
เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ1
ผู้บริโภคได้บริโภคผัก ผลไม้ปลอดสารพิษคิดเป็นร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจข้อมูล
สำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและร้านค้าในชุมชนที่รับผลผลิตไปจำหน่าย
ถึงมีข้อมูลเกษตรกร และร้านค้าในชุมชน
0 บาท -
เขียนโครงการ
จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ
ถึงได้โครงการ
0 บาท -
ประสานงาน
ประสานกลุ่มเป้าหมายการเข้าร่วมโครงการ
ถึงได้เป้าหมายมาเข้าร่วมโครงการ
0 บาท -
ประชาสัมพันธ์
แจ้งประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม
ถึงเป้าหมายได้รับข่าวสารในการทำกิจกรรม
0 บาท -
อบรมให้ความรู้และตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด
อบรมให้ความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ครั้งที่ 1
ค่าอาหารกลางวัน 60 บ. X 60 คน = 3,600 บ.
ค่าอาหารว่าง 25บ. X 2 มื้อ X 60 คน = 3,000 บ.
ค่าชุดทดสอบโคลีเอสเตอเรส จำนวน ๑ ชุด (ได้รับสนับสนุนจาก สสอ.กงหรา)
ค่าวิทยากร 300 บ. X 2ชม. X 1 คน = 600 บ.
ถึงกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร้อยละ ๘๐ เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจหาปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด 100%
7200 บาท -
แจ้งผล
แจ้งผลการตรวจเป็นรายบุคคลแยกประเภทกลุ่ม และจัดทำทะเบียนตามผลการตรวจ
ถึงกลุ่มเกษตรกรได้ทราบผลการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
0 บาท -
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
นำกลุ่มเสี่ยง เข้าร่วมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ถึงเกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 80
0 บาท -
ตรวจสารเคมี ครั้งที่ 2
ตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ครั้งที่ 2
ค่าอาหารว่าง 25บ. X 1มื้อ X 60 คน = 1,500 บาท
ค่าชุดทดสอบโคลีเอสเตอเรส จำนวน ๑ ชุด(ได้รับสนับสนุนจาก สสอ.กงหรา)
ถึงกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจหาปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด 100%
1500 บาท -
แจ้งผล
แจ้งผลการตรวจเป็นรายบุคคล
ถึงกลุ่มเกษตรกรได้ทราบผลการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
0 บาท -
เก็บตัวอย่างผัก ผลไม้ ไปตรวจหายาฆ่าแมลง
ลงสำรวจร้านค้าในชุมชนที่รับผลผลิตไปจำหน่าย พร้อมเก็บตัวอย่างผัก ผลไม้ ไปตรวจหายาฆ่าแมลง
ถึงร้านค้าได้รับการลงเยี่ยม
0 บาท -
แจ้งผล
แจ้งผลการตรวจตัวอย่างผัก ผลไม้ แก่ผู้จำหน่าย
ถึงร้านค้าในชุมชน ทราบผลการตรวจหายาฆ่าแมลงในผัก ผลไม้
0 บาท -
สรุปผล
สรุปและประเมินผลโครงการ
ถึงได้ผลสรุปจากการทำโครงการ
0 บาท
กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง รวมทั้งร้านค้าในชุมชนมีผัก ผลไม้ปลอดสารพิษจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค
