โครงการขยายแกนนำชุมชนขจัดภัยไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา ปี 2562
โรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยาเป็นปัญหาที่สำคัญทางด้านสาธารณสุขระดับประเทศ เนื่องจากความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยาส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วยเอง ชุมชน/สังคมตามลำดับ การระบาดของโรคไข้เลือดออกในปัจจุบันสามารถพบได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออก ข้อมูลจากระบบรายงาน การเฝ้าระวังโรค 506 สำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2561 – 31 ธันวาคม 2561 พบว่า มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมระดับประเทศ87,073 รายคิดอัตราป่วย 133.08 ต่อแสนประชากร จังหวัดสงขลา พบผู้ป่วยไข้เลือดออก 2,182 ราย คิดอัตราป่วย 154.87 ต่อแสนประชากร พื้นที่ตำบลนาทับ ในปี 2561 พบมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 20 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 150.86 ต่อประชากรแสนคนไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ตำบลนาทับ และมีผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาสะสมระดับประเทศ3,772 รายคิดอัตราป่วย 5.77 ต่อแสนประชากร จังหวัดสงขลา พบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา 2,418 ราย คิดอัตราป่วย 171.62 ต่อแสนประชากร พื้นที่ตำบลนาทับ ในปี 2561 พบมีผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา จำนวน 6 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 45.15 ต่อประชากรแสนคนมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีการระบาดทุกปีประกอบกับตำบลนาทับเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และมีลำคลองหลายสาย ทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทำให้มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยาตลอดทั้งปี กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทับร่วมกับ อสม.ในพื้นที่ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเสมียนในพื้นที่ได้ร่วมกัน เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา มาตั้งแต่ 2559 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา จึงได้จัดทำโครงการขยายแกนนำชุมชนขจัดภัยไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา ในพื้นที่ตำบลนาทับ โดย ยึดหลัก มาตรการ 5 ป. 1 ข. โดยให้ประชาชนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยาระบาด ด้วยการกำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อลดอัตราการป่วย การเสียชีวิตและการเกิดโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่ตำบลนาทับต่อไป
-
1. เพื่อให้แกนนำชุมชน อสม. ทีม SRRT ตำบล และประชาชนในเขตรับผิดชอบ มีความรู้เข้าความเข้าใจในการดูแลควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา0.00
1.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ความเข้าใจการป้องกันและควบคุมการเกิดโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา
-
2. เพื่อลดอัตราความชุกของลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้าน/โรงเรียน/ศพด.ในเขตรับผิดชอบ0.00
- ค่าอัตราความชุกน้ำยุงลายในโรงเรียน = 0 ค่าอัตราความชุกลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้าน = เกิน 10%
-
3. เพื่อสร้างความเข้มแข็งของทีมแกนนำชุมชน อสม. และทีม (SRRT)0.00
- ทีมแกนนำชุมชน อสม. และทีม (SRRT) มีความเข้มแข็งในการ ดูแลควบคุมและป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออก และโรคชิคุนกุนยา
-
กลุ่มวัยทำงาน122
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. อบรมแกนนำชุมชน ,อสม. ,ทีม SRRT ตำบล และประชาชนในเขตรับผิดชอบ 1.1 ผู้นำชุมชน(ผญบ.,ผช.ผญบ,ผรส.) 6 หมู่บ้าน จำนวน 54 คน 1.2 อสม. จำนวน 62 คน 1.3 ทีม SRRT ตำบล จำนวน 6 คน
- ค่าวิทยากร600 x 2 คน x 6 ชม.= 7,200 บ.
- ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.x 122 คน = 6,100 บ.
- ค่าอาหารว่าง 2 มื้อ x 25 บ.x 122คน = 6,100 บ.
- ค่าวัสดุสำนักงาน= 2,000 บ.
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ = 600 บ.
ถึงแกนนำชุม ,อสม.,ทีม SRRT ตำบลมีความรู้ความสามารถในการดูแลควบคุม ป้องกันโรคไข้เลือดออก และโรคชิคุนกุนยาได้ และสามารถใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการพ่นหมอกควันได้
22000.00 บาท -
ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในโรงเรียน/ศพด. และในหมู่บ้าน (เฉลี่ย 60 ครั้ง ใช้การประมาณการยอดผู้ป่วยจากปี 2561)
ค่าจ้างพ่นหมอกควัน 600 บ. x 60 ครั้ง = 36,000 บ.
ค่าน้ำมัน (เบนซินและน้ำมันโซล่า) 540 บ. x 60 ครั้ง = 32,400 บ.
ค่าทรายอะเบท 4,000 x 3 ถัง = 12,000 บ.
ค่าโลชั่นกันยุง 100 บ./โหล x 100 โหล = 10,000 บ.
ค่าสเปรย์กันยุง 95 บ. x 120 กระป๋อง = 11,400 บ.
ถึงค่าอัตราความชุกน้ำยุงลายในโรงเรียน = 0 ค่าอัตราความชุกลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้าน = เกิน 10%
101800.00 บาท -
จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ทุก 3 เดือน 6 หมู่บ้าน
ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.x 30 คน x 24 ครั้ง = 36,000 บ.
ค่าอาหารว่าง 2 มื้อ 50 บ. x 30 คน x 24 ครั้ง = 36,000 บ.
ถึงประชาชนในตำบลเขตรับผิดชอบเกิดความตระหนักในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย
72000.00 บาท
ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ประชาชนในตำบลเขตรับผิดชอบเกิดความตระหนักในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย
- ภาคีเครือข่ายมีความตระหนักและเห็นความสำคัญในการร่วมมือกันควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
