โครงการห่วงใย ใส่ใจ แก้ไขปัญหาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง 2562
จากข้อมูลผลลัพธ์ในการดูแลด้านสุขภาพของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เบาหวานและความดันโลหิตสูง ตั้งแต่2561 พบอัตราการเพิ่มขั้นทั้งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเรื้อรัง เบาหวานและความดันโลหิตสูง และเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอ้างอิงจากผลตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพเชิงรุก ปีงบประมาณ 2560 และ ปี 2561 ในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ35ปีขึ้นไป ที่ได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวาน พบกลุ่มเสี่ยงต่อเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 3.36 เป็นร้อยละ 3.99เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละเป็น ร้อยละ 46.87 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นจาก 0.15 เป็นร้อยละ 1.12 ส่วนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ0.32 เป็นร้อยละ 3.47ในปี 2559 และ 2560 ตามลำดับ
นอกจากนี้ยังพบข้อมูลจากการดูแลสุขภาพของกลุ่มป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น โดยในปี 2561 มีกลุ่มป่วยด้วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบทั้งหมด 242 คน รับการรักษาต่อเนื่อง และสามารถติดตามได้ผลการรักษาได้ 201 คน คิดเป็นร้อยละ 83.05 คน และในจำนวนนี้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ 53 คน คิดเป็นร้อยละ 26.36และมีภาวะแทรกซ้อนแล้วจำนวน 159 คน คิดเป็นร้อยละ 65.70 ส่วนกลุ่มป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด 614 คน รับการรักษาต่อเนื่องและสามารถติดตามได้433 คน คิดเป็นร้อยละ 70.52 และในจำนวนนี้สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ 205 คน คิดเป็นร้อยละ 47.34 และมีภาวะแทรกซ้อนแล้วจำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 6.35 ซึงเป็นผลอันเนื่องมาจากการความล้มเหลวในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง รวมทั้งจากความเสื่อมของร่างกายและภาวะความเป็นไปของโรค ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ทั้งทางตา หัวใจและหลอดเลือด ทางไต และทางเท้า เพื่อการรักษาและดูแลตนเองของผู้ป่วยให้ทันท่วงที อนึ่ง พฤติกรรมการดูแลตนเองที่ไม่เหมาะสมก็สามารถส่งผลต่อการดูแลรักษาก็ส่งผลต่อการดำเนินของโรค ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วย สามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมครอบครัวชุมชนเกิดความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกวาลอซีราจึงได้จัดทำ โครงการห่วงใย ใส่ใจ แก้ไขปัญหาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง 2562 ขึ้น โดยเน้นกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองในกลุ่มเสี่ยงและการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยได้รับการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยได้รับการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
-
กลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ มีน้ำหนักตัว/เส้นรอบเอว/ความดันโลหิต/น้ำตาลในเลือด อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือดีขึ้นกว่าค่าเดิม0.00
กลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ มีน้ำหนักตัว/เส้นรอบเอว/ความดันโลหิต/น้ำตาลในเลือด อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือดีขึ้นกว่าค่าเดิม เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5
-
กลุ่มวัยทำงาน2090
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง634
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การคัดกรองประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จริงและยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
- แบบคัดกรอง จำนวนแผ่นๆละ เป็นเงินบาท
- เครื่องชั่งน้ำหนักระบบดิจิตอล เครื่องละบาท จำนวน
ถึง0.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับการอบรม จำนวน 20 คน คนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าอาหารกลางวันสำหรับการอบรม จำนวน 20 คน คนละ 50 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 300 บาท จำนวน 2 คน จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท
ปากกา ด้ามละ 5 บาท จำนวน 20 ด้าม เป็นเงิน 100 บาท
กระดาษเอ 4 1 รีมๆละ 125 บาท เป็นเงิน 125 บาท
ค่าเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 200 แผ่นๆ ละ 0.50 สตางค์ เป็นเงิน 100 บาท
ถึง4125.00 บาท
- กลุ่มเป้าหมายรู้เท่าทันโรคและมีความรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อที่สามารถป้องกันได้
- กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
- มีแกนนำ/คนต้นแบบในการดูแลตนเองในกลุ่มป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสุขภาพในชุมชน
- พื้นที่ตำบลปาเสมัสสามารถควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือดได้
