โครงการขยับกาย สบายชีวี เพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยโยคะ
-
นางกษิณา ศรประสิทธิ์
-
นางทรัพย์อินทะวงษ์
-
นางเตือนใจเพ็ชรเสน
-
นางสมคิด ศรีทวี
-
นางดาเรศโพธิ์ทอง
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)60.00
กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งแก้ไขปัญหาการป่วยและเสียชีวิตของคนไทยจาก ๕ โรคสำคัญที่เรียกว่า โรคไม่ติดต่อซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลกได้แก่โรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็งแม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบประกันสุขภาพที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลกก็ตามแต่ที่ผ่านมาจะรองรับการดูแลรักษาการเจ็บป่วยเป็นส่วนใหญ่จากสถิติในปี ๒๕๕๓ ทั้ง ๕ โรคมีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ๒ ล้านกว่ารายเสียชีวิตรวม ๑ แสนกว่าราย หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๕ ของผู้เสียชีวิตทุกสาเหตุทั่ว ประเทศที่มีประมาณ ๔ แสนราย สาเหตุการป่วยเกี่ยวข้องกับ ๒ ปัจจัย คือการขาดการออกกำลังกาย และเรื่องการ บริโภคอาหารดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นหนักให้ทุกจังหวัดเร่งแก้ไขและป้องกันการเจ็บป่วย ด้วย ๒กิจกรรมหลัก สอดรับกับการบริหารหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงประการ แรกคือการกระตุ้นให้คนไทยออกกำลังกายให้มากขึ้น โดยผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในคนไทยอายุ ตั้งแต่ ๑๑ ปี ขึ้นไปที่มี ๕๗.๗ ล้านคน ในปี ๒๕๕๔ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบประชาชน ๔๒.๖ ล้านคนไม่ออกกำลังกาย มีผู้เล่นกีฬา หรือออกกำลังกายเพียง ๑๕.๑ ล้านคน หรือประมาณ ๑ ใน ๔ ของประชาชนทั้งหมด และ รอบ ๑ เดือนก่อนสำรวจ จำนวน ๑๗.๑ ล้านคนเป็นผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมากถึงร้อยละ ๗๓ ขณะเดียวกันในผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่มี ๓.๒ ล้านคน พบว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมากถึงร้อยละ ๗๖ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนว่า การไม่ออกกำลังกายทำให้มีโอกาสป่วยมากกว่าผู้ออกำลังกายถึง ๓เท่า กรมอนามัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสุขภาพให้แก่ประชาชนตามนโยบายและแนวทางการ ดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวข้างต้นและส่งเสริมให้กลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่มักมีข้ออ้างว่าไม่มี เวลาว่าง ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วการออกกำลังกายในวัยนี้นับว่ามีความจำเป็นมาก หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้รับการรักษาและฟื้นฟูในส่วนที่สึกหรอไปจากการทำงาน และขณะปฏิบัติงานจะต้องออกแรงซ้ำๆ กับกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้มีอาการปวดเมื่อยบริเวณที่ใช้งาน กล้ามเนื้อจะล้าและลดประสิทธิภาพลงเรื่อย ๆ และถ้าเกิน ๓ ชั่วโมงติดต่อกัน ข้อต่อ กระดูกและเส้นเอ็นจะเกิดการยึดติดส่งผลให้มีแคลเซียมยึดเกาะในข้อต่อ ดังนั้น หากอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ เช่น บริเวณขมับ คอ ไหล่ หลัง ศอก ข้อมือ ข้อนิ้ว สะโพก เอว น่อง ข้อเท้า ฝ่าเท้า เป็นต้น มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงการออกกำลังกายสำหรับวัยทำงานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมตามเวลาและสถานที่ อาทิ การฝึกกายบริหารแบบง่ายๆ เช่น การยก แขนขึ้นลงการบิดลำตัวโยคะเป็นต้นซึ่งในปัจจุบันโยคะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางโยคะ คือ ศาสตร์ในการดูแลจิตให้ปกติในร่างกายที่สมบูรณ์ ปัจจุบันมีการนำโยคะไปบำบัดบรรเทาโรคโยคะบำบัดได้ขยายขอบเขตไปยังการป้องกันการสร้างเสริมการรักษาและการฟื้นฟู ซึ่งพบว่าโยคะมี ประสิทธิภาพสูงมากในการรักษาโรคเรื้อรังบางโรคดังนั้นชมรมคนรักษ์สุขภาพได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการออกกำลังกายด้วยโยคะจึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง โยคะเพื่อสุขภาพ เพื่อเป็น ประโยชน์ต่อการมีสุขภาพกายและจิตที่ดี ก่อให้เกิดความแข็งแรงมุ่งมั่นอดทนและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานรวมถึงการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการฝึกโยคะอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นต้นแบบและขยายให้เกิดการฝึกโยคะอย่างแพร่หลายอันก่อประโยชน์กับบุคคลทั่วไป
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติโยคะได้60.0080.00
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารปฏิบัติโยคะได้ร้อยละ80
-
เพื่อให้ประชาชนมีสมรรถภาพทางกายด้านความยืดหยุ่นและความแข็งแรงเพิ่มขึ้น60.0080.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีสมรรถภาพทางกายด้านความยืดหยุ่นและความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะกรรมการชมรมคนรักษ์สุขภาพ เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการกำหนดรูปแบบโครงการ
1.จัดประชุมคณะกรรมการชมรมคนรักษ์สุขภาพเพื่อ ชี้แจง กำหนดแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ
2.เขียนโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลพะตง
3.จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยโยคะที่ถูกวิธี
4.จัดเตรียมอุปกรณ์และสถานที่ในการจัดอบรม
5.ดำเนินการตามโครงการขยับกาย สบายชีวี ด้วยโยคะ
5.1 บรรยายความรู้ จำนวน 1 วัน
บรรยายความรู้เรื่อง ทฤษฎีโยคะ ร่างกายและอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการฝึกโยคะ 1.5 ชม.
บรรยายและฝึกปฏิบัติเรื่อง โยคะปราณยามะ 1.5 ชม.
บรรยายและฝึกปฏิบัติเรื่อง โยคะอาสนะ 14 ท่าพื้นฐาน และการปรับวิธีดูแลสุขภาพแบบโยคะ 1.5 ชม.
บรรยายและฝึกปฏิบัติเรื่อง โยคะเพื่อบำบัดโรค 1.5 ชม.
5.2 ฝึกปฏิบัติโยคะ จำนวน 30 ครั้ง ครั้งละ 1 ชม. ในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี
5.3 ประเมินสมรรถภาพทางกายด้วยความแข็งแรงและความยืดหยุ่น
- สรุปผลการดำเนินโครงการ
ถึง30 คน
63996.00 บาท
1.มีความรู้ความเข้าใจการพัฒนาเกี่ยวกับการบริหารกายแบบโยคะได้และดูแลตนองได้อย่างถูกวิธี 2.มีความรู้ความเข้าใจสร้างจิตสำนึกและความตระหนักให้ประชาชนมีความใส่ใจต่อสุขภาพ 3.มีสมรรถภาพทางกายด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น 4.มีคุณภาพชีวิตทั้งกายจิตจิตวิญญาณและสังคมที่ดีขึ้นสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข
