โครงการพัฒนาเครือข่าย การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี ทางการเกษตรในเขต รพ.สต.บ้านปิเหล็ง
จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2561 จำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 38.3 ล้านคน พบว่าเป็นแรงงานนอกระบบ 21.2 ล้านคนโดยมกกว่าครึ่งหนึ่ง ( 11.7 ล้านคน ) ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมขณะเดียวกัน ปี 2560พบว่ามีการนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้นจากปี 2559 จำนวน 3.4 หมื่นตันและ พบว่าสถานณ์การการเจ็บป่วยโวยโรคพิษสารเคมีทางการเกษตรปี 2560 มีอัตราป่วย 16.81 ต่อประชากรแสนราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ( อัตราป่วย 14.47ต่อประชากรแสนราย ) โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่พบในกลุ่มวัยทำงานอาชีพเพาะปลูกพืชไร่และพืชผักทั้งนี้พบว่ายังมีการใช้สารเดมีชนิดอันตรายร้ายแรงที่ต่างประเทศเลิกใช้แล้วเช่นสารกำจัดวัชพืชพาราควอต ซึ่ง ปี 2556 – 2560 พบผู้ป่วยจากการสัมพัสสารกหำจัดวัชพืชพาราควอต 502 รายโดยมีแนวโน้มสูงขึ้นซึ่งคาดการณ์ว่ามีการรายงานต่ำกว่าความเป็นจริงจึงมีความจำเป็นต้องจัดทำโครงการพัฒนาเครือข่าย การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี ทางการเกษตรในเขต รพ.สต.บ้านปิเหล็ง และจัดทำฐานข้อมูลอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมด้านการเกษตร เพื่อนำไปสู่การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากสารเคมีทางการเกษตรและเพื่อขับเคลื่อนการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตรในภาคการเกษตรต่อไป
-
เพื่อพัฒนาทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับเกษตรกร100.00
-ร้อยละ 60 –ของหมู่บ้านมีการขับเคลื่อนมาตราการยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายสูงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
เพื่อจัดทำฐานข้อมูลสุขภาพของเกษตรกร ในพื้นที่100.00
มีการจัดทำฐานข้อมูลอาชีวอนามัยและสิงแวดล้อม ด้านเกษตรกรรม
-
เพื่อพัฒนาทักษะทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ100.00
-ร้อยละ 60 ของหมู่บ้านมีระบบการแจ้งการใช้ การป่วยจากการสัมพัสสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ( พาราควอต คลอรืไพริฟอส ไกลโฟเซต )
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง100.00
ร้อยละ 60 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง
-
กลุ่มวัยทำงาน100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรม
การอบรมทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ 1. กิจกรรมการอบรมทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ
1. ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท X 60 คน X 1 มื้อเป็นเงิน3,600บาท 2. ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน X 25 บาท X 2 มื้อ เป็นเงิน3,000บาท 3. ค่าวัสดุสำนักงานเป็นเงิน1,200บาท รายละเอียดดังนี้ - สมุด60 เล่ม x 15 บาท เป็นเงิน 900 บาท - ปากกาลูกลื่น 60 ด้าม x 5 บาท เป็นเงิน 300 บาท 4. ค่าวิทยากร 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน3,600บาท 5. ค่าไวนิล 500 บาท เป็นเงิน500บาท
รวม เป็นเงิน11,900 บาทถึง1.ทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับเกษตรกรมีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและเข้มแข็ง 2.ฐานข้อมูลสุขภาพของเกษตร ในพื้นที่ ที่เป็นปัจจุบัน และมีความครอบคลุม 3.ทีมเครือข่าย เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคและภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี
11900.00 บาท -
ตรวจสุขภาพ
กิจกรรมการตรวจสุขภาพ ผู้สัมผัสสารเคมี ทางการเกษตร - ตรวจสุขภาพ ผู้สัมผัสสารเคมี ทางการเกษตร 1. ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน X 25 บาทx 1 มื้อ เป็นเงิน2,500บาท 2. ค่าชุดทดสอบโคลีนเอสเตอเรส ชุดใหญ่ชุดละ 720 บาท x 3 ชุด เป็นเงิน2,160 บาท 3. ค่ากระดาษทดสอบ (Reactive Paper)ขวดละ 321 บาท X 3 ชุด เป็นเงิน963บาท รวม เป็นเงิน5,623 บาท
ถึง1.ทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับเกษตรกรมีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและเข้มแข็ง 2.ฐานข้อมูลสุขภาพของเกษตร ในพื้นที่ ที่เป็นปัจจุบัน และมีความครอบคลุม 3.ทีมเครือข่าย เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคและภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี
5623.00 บาท
-ทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับเกษตรกร มีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและเข้มแข็ง
-ฐานข้อมูลสุขภาพของเกษตรกร ในพื้นที่ ที่เป็นปัจจุบัน และมีความครอบคลุม
-ทีมเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคและภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี
