การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโดยการให้วัคซีนในเด็กแรกเกิดถึง 72 เดือน เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในอนาคต เด็กที่มีคุณภาพ คือ เด็กที่มีการเจริญเติบโตสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม มีพัฒนาการสมวัย หากเด็กไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับแต่ไม่ครบตามเกณฑ์ จะส่งผลทำให้เด็กมีโอกาสเจ็บป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งอาจเป็นโรคที่มีความรุนแรงถึงชีวิตได้ บิดา มารดาและครอบครัว คือ บุคคลที่มีบทบาทสำคัญของการเลี้ยงดูเด็ก และสร้างเสริมประสบการณ์ต่าง ๆ ให้แก่เด็ก หากบิดา มารดาและครอบครัว ขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญของการเลี้ยงดูเด็ก จะส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเด็ก กรมควบคุมโรคติดต่อกระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดให้เด็กในแต่ละช่วงอายุควรได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ โดยความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนในแต่ละช่วงอายุ ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 90
จากผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ในปีงบประมาณ 2562 คิดเป็นร้อยละ 65.22 ยังมีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สามารถวิเคราะห์สาเหตุที่เด็กได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เนื่องจากผู้ปกครองขาดความตระหนัก ไม่เห็นความสำคัญของการรับวัคซีน นำเด็กมาฉีดวัคซีนช้ากว่ากำหนด จึงทำให้เข็มต่อไปช้าไปด้วย ผู้ปกครองกลัวว่าเด็กจะเป็นไข้ ผู้ปกครองไม่มีเวลาเนื่องจากต้องทำงาน เด็กต้องตามผู้ปกครองไปทำงานต่างถิ่น/ต่างประเทศ เด็กไม่อยู่ในพื้นที่และไม่สามารถติดตามให้เด็กมารับบริการฉีดวัคซีนได้ เป็นต้น ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต้องให้ความรู้ คำแนะนำ แก่บิดา มารดา และครอบครัวของเด็ก ให้เห็นถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีนตามวัย
จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลเรียง ได้เล็งเห็นปัญหา จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องมีการรณรงค์ให้เด็กแรกเกิดถึง 72 เดือนในพื้นที่ ต้องได้รับการติดตาม เพื่อให้ได้รับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ เพื่อลดอัตราป่วยโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนต่อไป
-
๑. เพื่อให้มีความรู้ เรื่องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก 0-5 ปี ๒. เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปีพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามกำหนด ๓. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปีในกิจกรรมงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค0.000.00
ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย/ระดับความสำเร็จที่ต้องการ ๑. จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ100 ๒. ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปีพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด มากกว่าร้อยละ ๙๐ ๓. ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปีมีส่วนร่วมในกิจกรรมงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น มากกว่าร้อยละ ๙๐
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการ วัคซีนเพื่อลูกรักประจำปีงบประมาณ 2563
ขอสนับสนุนงบประมาณจากจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเงิน ๒๐,0๐0 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) รายละเอียดดังต่อไปนี้
กิจกรรม ประชุมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่ผู้ปกครองกลุ่มเป้าหมาย อสม.และผู้นำศาสนาจำนวน ๒ รุ่น
๑. ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าประชุม จำนวน ๒ รุ่นๆละ ๕0 คน รวมเป็น ๑๐0 คนๆละ 1 มื้อๆละ
๕๐ บาท เป็นเงิน ๕,๐๐0 บาท
๒. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าประชุม จำนวน ๒ รุ่นๆละ ๕๐ คน รวมเป็น 1๐๐ คนๆละ
2 มื้อๆ ละ ๒5 บาท เป็นเงิน ๕,๐๐0 บาท
๓. ค่าวิทยากร 1 คน จำนวน ๑๐ ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน ๖,๐00 บาท
๔. ค่าวัสดุ-อุปกรณ์ เป็นเงิน 3,๐๐๐ บาท
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการขนาด ๑.๒X๒.๔ เมตร เป็นเงิน 1,๐๐๐ บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๐,0๐0 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
14 พฤศจิกายน 2562 ถึง 1 กันยายน 256320000.00 บาท
๑. ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนในเด็ก ๐-๕ ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ๒. ผู้ปกครองมีความตระหนักในการพาเด็กมารับบริการฉีดวัคซีน ๓. ไม่เกิดโรคที่สามารถป้องกันด้วยวัคซีน
