โครงการภาคีเครือข่ายวังประจันร่วมใจต้านภัยโรคเรื้อรัง ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ปีงบประมาณ 2563
-
นายวัฒนชัย ไชยจิตต์
-
นางวนิดา ศรีริภาพ
-
นางฮามีดะ หลังยาหน่าย
-
นางอภิยา เหตุทอง
-
นางรสนา บินหมาน
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยโดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคเรื้อรังซึ่งเกิดจากพันธุกรรมและพฤติกรรมสุขภาพที่มีความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารการสูบบุหรี่การดื่มสุรา การไม่ออกกำลังกายความเครียด โรคอ้วนโรคเรื้อรังดังกล่าวเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
จากการดำเนินงานในคลินิกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังประจันประจำปีงบประมาณ 2561 พบว่า มีกลุ่มป่วยรายใหม่ทั้งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.00 ปีงบประมาณ 2562 มีกลุ่มป่วยรายใหม่ทั้งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 31 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.39 (ข้อมูลจากโปรแกรม HDC) ทั้งยังพบว่าในปีงบประมาณ 2562 ผู้ป่วยโรคเรื้อรังส่วนใหญ่ ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้โดยผู้ป่วยเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 16.46 และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงควบคุมระดับความดันโลหิตได้ร้อยละ 47.88 (ข้อมูลจากโปรแกรม HDC) จากผลการดำเนินงานดังกล่าวจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยเรื้อรังไม่สามารถควบคุมอาการและความรุนแรงของโรคได้ตามเกณฑ์ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่จะต้องเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะในพื้นที่เนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อม ส่งผลต่อวิถีชีวิตและก่อให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล(รับประทานหวาน มันเค็มมากเกินไปและรับประทานผัก ผลไม้น้อยเกินไป) การเคลื่อนไหวทางกายน้อยการบริโภคยาสูบรวมถึงภาวะเครียดซึ่งหากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดังกล่าวจะส่งผลให้โรคเรื้อรังที่เป็นอยู่มีความรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดความพิการและเสียชีวิตตามมา ซึ่งการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อในชุมชน ไม่สามารถดำเนินการได้โดยกระทรวงสาธารณสุขเพียงลำพัง หากแต่ชุมชนและภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆล้วนมีอิทธิพลและมีความสำคัญในการลดปัจจัยเอื้อต่อการเกิดโรค ฉะนั้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการค้นหาปัญหา และดำเนินการในการแก้ไขปัญหาร่วมกันจึงเป็นแนวทางที่สำคัญ
-
ข้อที่ 1. เพื่อพัฒนาระบบบริการคลินิกโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงให้ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน โดยยึดชุมชนเป็นฐานการมีส่วนร่วมของบุคลากรสาธารณสุขและผู้รับบริการ ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน315.00
ผู้ป่วยเรื้อรังสามารถเข้าถึงบริการได้ทั่วถึง
-
ข้อที่ 2 เพื่อให้ชุมชนมีการสร้างสุขภาพและร่วมดูแลซึ่งกันและกันโดยผ่านทีมสุขภาพโรคเรื้อรัง28.00
ผู้ป่วยได้รับติดตามอาการโดยทีมสุขภาพโรคเรื้อรัง
-
ข้อที่ 3 เพื่อให้ผู้ป่วยเรื้อรังสามารถควบคุมความรุนแรงของโรค และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้126.00
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความรุนแรงได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดตั้งคณะทำงาน
จัดตั้งคณะทำงาน ที่มีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน ประเมินและวิเคราะห์ชุมชน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดทำแผนการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ประชุมคณะทำงาน ภาคีเครือข่าย แกนนำชุมชน ผุ้นำศาสนา และทีมสุขภาพโรคเรื้อรัง เพื่อวางแผนและสรุปผลการดำเนินงาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 20 คนๆละ 25 บาทจำนวน 2ครั้ง เป็นเงิน 1,000 บาทถึงคณะทำงาน ภาคีเครือข่าย แกนนำชุมชน ผุ้นำศาสนา และทีมสุขภาพโรคเรื้อรังมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม
1000.00 บาท -
กิจกรรมจัดทำ Fogus grup แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
จัดทำ Fogus grup แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 50 บาท x 50 คน เป็นเงิน2,500 บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆละ 25 บาท x 50 คน เป็นเงิน 1,250 บาท. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท รวมเงิน 4950บาท
ถึงกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง
4950.00 บาท -
จัดทำ Fogus grup แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง HT/DM)
-จัดทำFogus grup แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง HT/DM) โดยทีมสหวิชาชีพใน การจัดกิจกรรมตามฐานประกอบด้วย ฐานให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน ฐานความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา ฐานโภชนาการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารในท้องถิ่น ขนาดปริมาณที่ผู้ป่วยรับประทานได้ในชีวิตประจำวัน อาหารทดแทนในผู้ป่วย ฐานการออกกำลังกาย แนะนำการสาธิตฝึกการออกกำลังกายที่สอดคล้องกับสภาพผู้ป่วยและการคลายเครียด -ตรวจประเมินโดยการเจาะเลือด HbA1c ในผู้ป่วยเบาหวานและวัด ความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ก่อน- หลัง เข้าร่วมโครงการ ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆละ 50 บาท x 50 คน เป็นเงิน2,500 บาท. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 1 มื้อๆละ 25 บาท x 50 คน เป็นเงิน 1,250 บาท. ค่าวิทยากร จำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท รวมเงิน 4950 บาท
ถึงผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เข้มข้นสามารถควบคุมความรุนแรงของโรคและความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
4950.00 บาท -
กิจกรรมติดตามเยี่ยมกลุ่มป่วยในชุมชน
ทีมสุขภาพโรคเรื้อรังมีการเยี่ยมดูแลสุขภาพกายและจิตใจผู้ป่วยพร้อมให้คำแนะนำญาติในการดูแลผู้ป่วยที่ถูกต้อง การรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย ตลอดจนให้ความรู้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย ติดตาม ควบคุม กำกับ การดำเนินงานของทีมสุขภาพโรคเรื้อรัง โดยจัดประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานเยี่ยมบ้านผู้ป่วย และฟื้นฟูความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกายและจิตผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ค่าอาหารกลางวัน 5 ครั้งๆละ 10 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 2,500บาท. ค่าอาหารว่าง 5 ครั้งๆละ 10 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท. รวมเงิน 3,750 บาทถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน ได้รับการติดตามเยี่ยมโดยสหวิชาชีพเพื่อการดูแลสุขภาพกายและจิตใจผู้ป่วยพร้อมให้คำแนะนำญาติในการดูแลผู้ป่วยที่ถูกต้อง การรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย ตลอดจนให้ความรู้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย
3750.00 บาท
ผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังในพื้นที่ตำบลวังประจัน เกิดการตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เข้มข้นสามารถควบคุมความรุนแรงของโรคและความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในรูปแบบต่างๆ อย่างยั่งยืน เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างสุขภาพให้มีสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และการขยายผลการเกิดนวัตกรรมสุขภาพชุมชนสร้างความเข็มแข็งและการพึ่งตนเองทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
