โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ตำบลผดุงมาตร ประจำปี 2563
-
จำนวนของเกษตรกร(คน)ที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย100.00
การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังก่อให้เกิดปัญหาการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายของเกษตรกรผู้ใช้ และยังมีสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย การใช้สารเคมีทางการเกษตรนานๆ จนทำให้พืชผักมีพิษตกค้างจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของผู้บริโภคสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น จากการดำเนินงานเกษตรกรปลอดโรค ปี 2560 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตรกลุ่มเป้าหมายเกษตรกร จำนวน 100 คน ได้รับการเจาะเลือดตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษ Reactive paper จำนวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 58 พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 25.86 จึงมีความจำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพของเกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชให้ปลอดภัยจากโรคภัยที่เกิดจากการสะสมสารเคมีในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเรื้อรัง ฯลฯ ไปพร้อมๆกับการส่งเสริมวิธีธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืชทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เกิดความตระหนัก และการดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้วิธีธรรมชาติ เช่นการใช้สมุนไพรในการถอนพิษสารเคมี ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีพึ่งตนเองได้ และเพื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตร จึงได้จัดโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ตำบลผดุงมาตร ปี 2563 นี้ขึ้น
-
เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สารเคมี100.00100.00
เกษตรกรมีความรู้ในการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง
-
เพื่อให้เกษตรกรได้รับการคัดกรองหาสารเคมีในเลือด100.00100.00
เกษตรกรได้รับการประเมินความเสี่ยงในการทำงานจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (นบก.1) และเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจเลือดหาสารเคมีตกค้าง
-
กลุ่มวัยทำงาน100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกิจกรรม 1.ประชาสัมพันธ์รณรงค์โครงการตรวจสารเคมีในเลือดเกษตรกรในชุมชน 2.จัดอบรมให้ความรู้แก่อสม.และเกษตรกรในการประเมินความเสี่ยง 3.จัดอบรมให้ความรู้แก่อสม.และเกษตรกร เรื่องการใช้สมุนไพรในการล้างพิษสารเคมี 4.มีการประเมินความเสี่ยง โดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช นบก.1
งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท 2.ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร x 2.5 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 690 บาท 3.ค่าวิทยากร 600 บาท X 2 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,200 บาท
ถึงเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมอบรมจำนวน 100 คน
4390.00 บาท -
ประเมินความเสี่ยง และเจาะเลือดกลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกิจกรรม 1.ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ 2.ให้บริการตรวจเลือดหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสสารกำจัดศัตรูพืช โดยจัดหาชุดตรวจการแพ้พิษสารกำจัดศัตรูพืช และกระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส 3.จัดบริการรักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพให้แก่เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่รพ.สต.เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการให้คำแนะนำ 4.ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดโครงการ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน 5.ปรับปรุง พัฒนาจากผลการดำเนินงาน เพื่อใช้ในการจัดทำแผนงาน / โครงการต่อไป
งบประมาณ 1.ค่าน้ำยาทดสอบโคลีนเอสเตอร์เรสในเลือด จำนวน 2 ชุด เป็นเงิน 2,600 บาท
ถึงกลุ่มเป้าหมายได้รับรับการเจาะเลือด 100 คน
2600.00 บาท -
จัดอบรมสาธิตการผลิตสารกำจัดวัชพืชและปุ่ยอินทรียร์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร
รายละเอียดกิจกรรม 1.ประเมินความเสี่ยงและเจาะเลือดกลุ่มเป้าหมาย
งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 750 บาท 2. ค่าวิทยกร จำนวน 2 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท 3. ค่าวัสดุสาธิตผลิตสารอินทรีย์ - ถังหมัก 1 ถัง เป็นเงิน 750 บาท - มูลสัตว์ จำนวน 2 ถุง x 60 บาท เป็นเงิน 120 บาท - รำ จำนวน 5 กิโลกรัม x 50 บาท เป็นเงิน 250 บาท - แกลบ จำนวน 2 ถุง x 30 บาท เป็นเงิน 60 บาท - EM จำนวน 1 ลิตร x 90 บาท 4.ค่าวัสดุสารกำจัดวัชพืช - เกลือ จำนวน 60 ถุง x 3 บาท เป็นเงิน 180 บาท - ยูเรีย จำนวน 3 กิโลกรัม x 20 บาท เป็นเงิน 60 บาท - น้ำยาล้างจาน จำนวน 3 ขวด x 12 บาท เป็นเงิน 36 บาท
ถึงกลุ่มเสี่ยงสามารถใช้สารกำจัดวัชพืชทดแทนสารเคมีทางการเกษตรได้
3496.00 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยง
รายละเอียดกิจกรรม 1.ติดตามกลุ่มเสี่ยงและเจาะเลือดกลุ่มเสี่ยงซ้ำ
งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 750 บาท
ถึงกลุ่มเสี่ยงได้รับการเจาะซ้ำทุกราย
750.00 บาท
1.การใช้สารเคมีทางการเกษตรลดลง ลดรายจ่าย 2.เกษตรกรมีความรู้และมีความตระหนักในการทำเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีและได้บริโภคพืชผักที่ปลอดภัย 3.เกษตรกรมีสุขอนามัยดีขึ้น
