โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง70.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ร้อยละ ๒๓
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ที่เข้ามารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นไม่ป่วยเป็นโรคหรือภาวะแทรกซ้อนตามมา0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ที่เข้ามารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นไม่ป่วยเป็นโรคหรือภาวะแทรกซ้อนตามมา
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และแกนนำ อสม.ในพื้นที่มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และความรอบรู้ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยหลัก ๓ อ ๒ ส มีพฤติกรรมเสี่ยงลดลง0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และแกนนำ อสม.ในพื้นที่มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และความรอบรู้ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยหลัก ๓ อ ๒ ส
-
อัตราผู้ป่วยรายใหม่ DM/HT CVD จากปีที่ผ่านมาไม่เพิ่มขึ้น0.00
อัตราผู้ป่วยรายใหม่ DM/HT CVD ลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง และคัดเลือกจากผู้มีภาวะเสี่ยง จัดอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยง จัดกิจกรรมประเมินผลและมอบเกียรติบัตรให้ผู้ที่มีพฤติกรรมสุขภาพดีขึ้น
๑.ประชุมและประสานการดำเนินงาน กับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน อสม. และผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนงานโครงการ ๒.ดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง และคัดเลือกจากผู้มีภาวะเสี่ยง๓.จัดอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยง ๔.จัดกิจกรรมประเมินผลและมอบเกียรติบัตรให้ผู้ที่มีพฤติกรรมสุขภาพดีขึ้น
ถึง36350.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ร้อยละ ๒๓ 2. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ที่เข้ามารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นไม่ป่วยเป็นโรคหรือภาวะแทรกซ้อนตามมา 3.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และแกนนำ อสม.ในพื้นที่มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และความรอบรู้ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยหลัก 3 อ 2 ส 4.อัตราผู้ป่วยรายใหม่ DM/HT CVD ลดลง
