โครงการส่งเสริมพัฒนาเด็กสมวัยด้วยการเล่านิทาน
เด็กปฐมวัยเป็นเด็กวัยแรกเริ่มของชีวิตนับเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งเป็นความหวังของครอบครัว เป็นผู้สือบทอดมรดกทางวัฒนธรรม เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ อนาคตประเทศชาติจึงอยู่ขึ้นกับคุณภาพขึ้นของเด็กที่มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ วัยนี้เป็นพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนา่วงอื่นๆของชีวิตอย่างมาก ไม่ว่าเป็นพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ วัยยนี้เป็นพื้นฐานที่ีความสำคัญต่อการพัฒนาในช่วงอื่นๆของชีวิตอย่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจริยธรรม ซึ่งจะเป็นผู้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและ เป็นประโยน์ต่อสังคมและประเทศชาติ กิจกรรมส่งเสริมการอ่านนับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถกระตุ้นหรือเร้าใจเด้กให้มีความสนใจในการอ่าน พัฒนาการอ่าน และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงการอ่านอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งก่อเกิดเป็นนิสัยรักการอ่าน โดยมีรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลายอาทิ การเล่านิทาน การเสนอสื่อ การแสดงละคร บทบาทสมมุติ การเล่นเกมส์ การจัดนิทรรศการเพื่อกระตุ้นให้อยากอ่าน พัฒนาการอ่าน สนุกสนานแฝงสาระให้ทุกคนมีส่วนร่วม ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในเด็กปฐมวัยต้องเริ่มให้เกิดพฤติกรรมการอ่าน เริ่มจากให้เด็กถือหนังสือเข้าใจว่าหนังสือคืออะไร สนใจดูภาพ พัฒนาให้เด็กรู้จักใช้หนังสือ พัมนาเป็นผู้ฟังและเข้าไปมีส่วนร่วมในการอ่าน พูดคุยกับผู้ใหญ่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในหนังสือ ต่อมาเด็กจะสามารถเล่าเรื่องโดยใช้คำพูดของตน เชื่อมโยงคำ นำคำมาแต่งประโยชน์เพื่อนำมาใช้ในการอ่านหนังสือได้ เพราะกิจกรรมที่หลากหลายที่จะช่วยในการพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจริยธรรม ผ่านการจัดกิจกรรมดังกล่าวและมีส่วนช่วยเสริมสร้างทักษะชีวิตให้แก่เด็กให้มีความรู้ ความสามารถในการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย สังคม และจิตใจของเด็กให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตดังนั้นการพัฒนารูปแบบกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิตสำหรับเด็กปฐมวัย จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาที่เหมาะสมแก่เด้กปฐมวัยและส่งเสริมพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สอดคล้องกับกับทักษะการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต อีกทั้งปัจจุบันคนไทยตื่นตัวในเรื่องส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (อายุ 0-5ปี) ก่อให้เกิดผลดีต่อการสร้างคนที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมาก การฝึกสอนให้เด็กมีความรู้(what you know) อย่างเดียวไม่พอ เด็กต้องมีความเฉลียว ฉลาด (Executive Funtion ) ด้วย EF=The ability to use what you know คู่มือ DSPM นี้จึงมีการฝึกทักษะ EF เพื่อให้เด็กมีการจำและใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม รู้จักรอและให้เกียรติผู้อื่นโดยคิดก่อนทำและปรับการกระทำให้สอดคล้องกับสถารณการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ การกระตุ้นการกระตุ้นการทำงานของสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียน เป็นผุ้ใหญ่ทีมีศักยภาพ ทำงานเพื่อส่วนร่วม ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดีมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเจริญให้ประเทศชาติ ศูนย์พัมนาเด็กเล้กองคืการบริหารส่วนตำบลริโก๋ เห็นความสำคัญข้างต้นในการส่งเสริมพัมนาการของเด็กปฐมวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจและสติปัญญา จึงจัดโครงการส่งเสริมเด็กสมวัยด้วยการเล่านิทานและฝึกปฏิบัติการคัดกรอง การส่งเสริมพัมนาการเด้ก 0-5 ปี ตามคู่มือ DSMP ขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้วยกสนเล่านิทาน และฝึกทักษะการเฝ้าระวัง การคัดกรอง การส่งเสริมพัฒนาการด้วยการเล่านิทาน และฝึกทักษะการเฝ้าระวัง การคัดกรอง การส่งเสริมพัมนาการเด็ก ตามคู่มือ DSMP
-
เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมวัยด้วยการเล่านิทาน1.00
1.1เพือส่งเสริมการพัฒนาเด้กสมวัยด้วยการเล่านิทาน 1.2 เพื่อให้ความรู้ และฝึกทักษะการเฝ้าระวัง การคัดกรอง การส่งเสริมการพัฒนาเด็ก ตามคู่มือ DSMP ตัวชี้วัดที่ 1) ผู้ปกครองที่มีทักษะในการเล่านิทานและการเฝ้าระวัง การคัดกรอง การส่งเสริมพัฒนาเด็ก 0-5 ปี ตามคู่มือ DSMP อย่างน้อย 2 คน/หมู่บ้าน
-
เพื่อให้ความรู้ และฝึกทักษะการเฝ้าระวัง การคัดกรอง การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ตามคู่มือ DSMP0.00
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มวัยทำงาน117
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์โครงการให้กับผู้ปกครอง ทางหอกระจายข่าวและผู้นำชุมชน เพื่อรับสมัครเข้าร่วมอบรม ตามวัน เวลา ที่กำหนดถึง0.00 บาท
-
อบรมเชิงปฏิบัติการถึง0.00 บาท
-
จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเล่านิทาน และกิจกรรมการมีส่วนร่วมของครอบครัว
-ค่าอาหารกลางวัน สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน 130 คนๆละ 75 บาท/มื้อ จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 9,750 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน 130 คนๆละ 25 บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 6,500 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000บาท -ค่าป้ายโครงการฯ เป็นเงินจำนวน 1,000บาท -ค่าหนังนิทานประกอบการอบรม จำนวน 10,000 บาท
ถึง30250.00 บาท
1.กลุ่มแม่อาสา/จิตอาสา มีกิจกรรมเล่านิทานอย่างชัดเจนะต่อเนื่อง 2.กลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการช้าได้รับการส่งต่อและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม
