โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และการทำหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเอง
ปัจจุบันเกิดสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-1๙)ในประเทศจีน เริ่มจากเมือง
อู่ฮั่น และต่อมาระบาดไปอีกหลายเมือง ปัจจุบันพบผู้ป่วยติดเชื้อในทุกมณฑล และยังพบผู้ป่วยยืนยันในหลายประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ทางการจีนรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น 79,257 ราย เสียชีวิต 2,835 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันนอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ จำนวน 582 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก จำนวน 85,983 เสียชีวิต 2,941 ราย ขณะนี้มีหลักฐานการติดต่อจากคนสู่คนพบผู้ป่วยยืนยันในผู้ที่ไม่มีประวัติการเดินทางไปประเทศจีน แต่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรคสำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 42 ราย เสียชีวิต 1 ราย รักษาหายแล้ว 30 ราย (ข้อมูลจาก : รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 1 มีนาคม 2563)
ทั้งนี้ การเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำเป็นต้องมีการดำเนินการให้ความรู้ คำแนะนำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันตนเองให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ ได้แก่ หน่วยบริการ สถานบริการหน่วยงานสาธารณสุข สถานประกอบการ สถานศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก หน่วยราชการ ห้างสรรพสินค้า ชุมชน และบริการสาธารณะต่างๆ เขตในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะบ้า
ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ส่วนที่ 3 อำนาจหน้าที่ขององค์การบร หารส่วนตำบล มาตรา 67(3) ป้องกันโรคและระงับโรคคติดต่อ ในการนี้กองสวัสดิการสังคม องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะบ้า จึงดำเนินการจัดให้ประชาชนได้รับการฝึกอบรม การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในชุมชน รวมถึงรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จึงต้องมีการตอบโต้ต่อสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ให้ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง
-
1. เพื่อสร้างทีมวิทยากร หรือทีม ครู ก. ในการจัดทำหน้ากากอนามัย ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น0.000.00
บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ และประชาชนที่สนใจ สามารถจัดทำหน้ากากอนามัยด้วยตนเอง ร้อยละ 100
-
2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถป้องกันโรคระบาดด้วยตนเอง0.00
ประชาชนในพื้นที่รู้วิธีป้องกันโรคระบาด ร้อยละ 90
-
3. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของราชการให้แก่ประชาชน ในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)0.00
ประชาชนในพื้นที่สามารถจัดทำหน้ากากอนามัยไว้ใช้ในครัวเรือนได้ ร้อยละ 90
-
4. เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)0.00
ประชาชนในพื้นที่มีการตื่นตัวในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
ค่าวิทยากร ชม.ละ 300 บาท x 3 ชม. เป็นเงิน 900 บาท
ค่าอาหารว่าง มื้อละ 25 บาท x 1 มื้อ x จำนวน 50 คน เป็นเงิน 1,250 บาท
ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 50 บาท x 1 มื้อ x จำนวน 50 คน เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าเอกสารประกอบการอบรม ชุดละ 30 บาท x จำนวน 50 ชุด เป็นเงิน 1,500 บาท
ไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 432 บาท
20 มีนาคม 2563 ถึง 20 มีนาคม 25636582.00 บาท -
2.กิจกรรมการทำหน้ากากผ้า
ค่าอาหารว่าง มื้อละ 25 บาท x 1 มื้อ x จำนวน 50 คน เป็นเงิน 1,250 บาท
ผ้ามัสลิน 240 หลา x 75 บาท เป็นเงิน 18,000 บาท
ผ้าสาลู 240 หลา x 65 บาท เป็นเงิน 15,600 บาท
ยางยืด ขนาด 0.5 เซนติเมตร ม้วนละ 960 บาท x จำนวน 6 ม้วน เป็นเงิน 5,760 บาท
เข็มเย็บผ้า ห่อละ 25 บาท x จำนวน 5 ห่อ เป็นเงิน 125 บาท
ด้าย หลอดละ 20 บาท x จำนวน 60 หลอด จำนวน 1,200 บาท
กรรไกรตัดผ้า ขนาด 8.5 นิ้ว อันละ 85 บาท x จำนวน 25 อัน เป็นเงิน 2,125 บาท
กรรไกรก้ามปู อันละ 25 บาท xจำนวน 50 อัน เป็นเงิน 1,250 บาท
เข็มหมุด กล่องละ 30 บาท x จำนวน 10 กล่อง เป็นเงิน 300 บาท
ไม้บรรทัด ขนาด 12 นิ้ว อันละ 5 บาท x จำนวน 50 อัน เป็นเงิน 250 บาท
20 มีนาคม 2563 ถึง 20 มีนาคม 256345860.00 บาท
- ประชาชนมีความรู้ในการดูแลตนเอง สามารถป้องกันตนเองจากโรคติดต่อได้
- ประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะบ้าได้รับการป้องกันการติดเชื้อจากโรคติดต่อ
- การดำเนินงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขเป็นระบบ ชัดเจน มีประสิทธิภาพ
- ประชาชนมีความรู้ในการจัดทำหน้ากากอนามัย
