โครงการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศจีน และแพร่ระบาดไปในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งอาการโรค คือ มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต ปัจจุบันพบผู้ป่วยติดเชื้อในทุกมณฑล และยังพบผู้ป่วยยืนยันในหลายประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2563 ทางการจีนรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น จำนวน 80,026 ราย เสียชีวิต จำนวน 2,912 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันนอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่หลายราย ทั้งนี้ มีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลกแล้ว จำนวน 89,068 เสียชีวิตแล้ว จำนวน 3,039 ราย ขณะนี้มีหลักฐานการติดต่อจากคนสู่คน พบผู้ป่วยยืนยันในผู้ที่ไม่มีประวัติการเดินทางไปประเทศจีน แต่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรคสำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 212 ราย พบผู้เสียชีวิต 1 ราย(ข้อมูลจาก : รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 19 มีนาคม 2563) โดยองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เนื่องจากเชื้อดังกล่าวได้มีการแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ส่วนในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019(COVID-19)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา
ทั้งนี้รวมถึงการระบาดของประเทศมาเลเซีย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ไปทำงานอยู่ได้ทยอยกลับบ้านจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมีการคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว จำเป็นต้องมีการดำเนินการติดตาม ให้ความรู้ คำแนะนำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันตนเอง ครอบครัว ชุมชน ให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ ได้แก่ อสม.ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา สถานศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก หน่วยราชการ เครือข่ายสุขภาพในพื้นที่
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางาซึ่งรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จึงต้องมีการตอบโต้ต่อสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง
-
เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่กลับจากต่างประเทศ ติดตามเยี่ยมบ้าน ให้ความรู้ คำแนะนำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันตนเองเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้กับประชาชนในพื้นที่0.00
-ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง ได้รับการตรวจคัดกรอง และติดตามเยี่ยมบ้าน
-ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชน -
เพื่อให้มีทรัพยากร งบประมาณ พอเพียงต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)0.00
-มีอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง500
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดหาวัสดุอุปกรณ์
1.1 จัดซื้ออุปกรณ์ในการป้องกันโรค เช่น หน้ากากอนามัย หรือหน้ากาก N 95 แอลกอฮอล์ เจลล้างมือ สบู่เหลวล้างมือ ฯลฯ
1.2 จัดซื้อเครื่องมือวัดอุณหภูมิร่างกาย (แบบยิงหน้าผาก) จำนวน ๑๐ เครื่องๆละ 3,500 บาท เป็นเงิน 35,000 บาท
23 มีนาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563ประชาชนได้รับการคัดกรองและรับการรักษาทันเวลา ลดการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่
54480.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์ อบรม ให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านเพื่อให้ความรู้ คัดกรองในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งกระตุ้นการรับรู้ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวัง ดูแลตน้องได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
-จัดทำป้ายไวนิล ๑๐ ผืนๆละ ๘๐๐ บาท
-จัดทำป้ายโฟมบอร์ด ๑๐ แผ่นๆละ ๕๐๐ บาท
-จัดทำสื่อแผ่นพับ ๒๐๐ แผ่นๆละ ๑๕ บาท
23 มีนาคม 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2563ประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ได้รับการคัดกรอง มีความรู้ในการดูแลตนเอง และปฏิบัติตัวถูกต้อง เหมาะสม
16000.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ เรื่อง การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา อสม.และเครือข่ายอื่นในพื้นที่ ด้านการดูแลตนเอง การป้องกัน การควบคุมโรคในพื้นที่
-ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 70 คน x 1 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 70 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
3 เมษายน 2563 ถึง 3 เมษายน 2563เครือข่ายมีความรู้ด้านวิชาการ การเฝ้าระวัง ป้องกันและการลดการแพร่กระจายของโรคในพื้นที่ได้ และสามารถนำไปบอกต่อและกระจายข้อมูลในพื้นที่ต่อไปได้
7000.00 บาท -
ตรวจคัดกรอง เคาะประตูบ้าน ติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยง
อสม.และเครือข่ายในพื้นที่ ลงคัดกรอง เคาะประตูบ้าน ในสุขศึกษาและติดตามกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
1 เมษายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2563เกิดเครือข่ายการดูแลกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ และทุกบ้านได้รับการคัดกรอง ให้ข้อมูลด้านการเฝ้าระวัง กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตาม และกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการประสานงานการดูแลในพื้นที่อย่างครอบคลุม
0.00 บาท
(1) ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่กลับจากต่างประเทศได้รับการตรวจคัดกรอง และติดตามเยี่ยมทุกราย
(2) ประชาชน และกลุ่มเครือข่ายภาคีสุขภาพในพื้นที่มีความรู้ในการดูแลตนเอง และสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
