โครงการกินอยู่อย่างไรห่างไกล Stroke ชุมชนกูโบร์
โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลกองค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization: WSO) รายงานว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก 17 ล้านคนและเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองจำนวน6.5 ล้านคน
สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มารับบริการที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกปีพ.ศ. 25560-2562 พบจำนวน๔๐๐, ๕๒๑และ๕๐๔ ราย ตามลำดับ ร้อยละผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเสียชีวิตปีพ.ศ. 2560-2562 พบร้อยละ6.50(26/400), 6.14(32/521)และ3.8(19/504)ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ร้อยละผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มาทันเวลา3 - 4.5 ชั่วโมง ปี พ.ศ. 2560-2561ร้อยละ๕๖.๖๕,๓๕.๔๒ และ๓๘.๒๔ตามลำดับ ซึ่งยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ทันเวลา เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค อาการเตือนการจัดการหรือการตระหนักถึงการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ การสูบบุหรี่ รวมทั้งภาวะไขมันในเลือดสูง และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยของโรคหลอดเลือดสมองในการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับ Stroke Fast Track การฉีดยาละลายลิ่มเลือดในเวลา 4.5 ชั่วโมง ลดอัตราตายและความพิการได้
ในเขตรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 2 มีผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง จำนวน 1,635ราย โรคเบาหวาน จำนวน 359รายและมารับการตรวจรักษาและรับยาที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 2จำนวน 100ราย/สัปดาห์(ในวันคลินิกเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง) และในชุมชนกูโบร์มีผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง 93 ราย โรคเบาหวาน 13ราย ความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน59ราย และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 1รายซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบว่ากลุ่มที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มที่มีมากที่สุด และจากการสำรวจข้อมูลในชุมชนนี้พบว่ามีอุบัติการณ์และความชุกของผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองยังสูง และคนในชุมชนไม่ทราบแนวทางและการป้องกันเมื่อมีบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเมื่อมีอาการแสดงเกิดขึ้นซึ่งถ้าการช่วยเหลือมีความล่าช้า จะส่งผลให้ภาวะโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความพิการได้
ดังนั้นเพื่อให้ภาวสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าวได้รับการส่งเสริม ป้องกันและควบคุมโรค โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นงานรักษาพยาบาลชุมชนฝ่ายสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพโรงพยาบาลสุไหงโก-ลกเจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 2 ร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านชุมชนกูโบร์จึงจัดทำโครงการกินอยู่อย่างไร ห่างไกล Strokeชุมชนกูโบร์ ปี 2563ขึ้น
-
1 เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง อาการเตือน และการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง0.00
ร้อยละของประชาชนมีระดับคะแนนความรู้ความเข้าใจของโรคหลอดเลือดสมองอาการเตือน และการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
2เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานมีการจัดการตนเอง มีทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง0.00
ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีการจัดการตนเองมีทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
3 เพื่อให้กลุ่มป่วยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นความเสี่ยงต่อโรคหลอดหลอดเลือดสมองเพื่อป้องกันการเกิดโรค ป้องกันการกลับเป็นซ้ำหรือควบคุมอาการของโรคไม่ให้รุนแรงมากขึ้น0.00
ร้อยละของผู้ป่วยมีระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยลดลงอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง120
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม เวทีประชาคมถึง1750.00 บาท
-
กิจกรรม วันเปิดโครงการ กินอยู่อย่างไร ห่างไกล Strokeถึง34600.00 บาท
-
กิจกรรม ฝึกกายบริหาร เดิน-วิ่ง/แอโรบิค เพื่อสุขภาพถึง2750.00 บาท
-
กิจกรรม อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสาธิตเมนูอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพและติดตามความก้าวหน้าถึง7400.00 บาท
-
กิจกรรม ติดตามความก้าวหน้าหลังให้ความรู้และติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมองถึง2500.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองที่ถูกต้องมีทักษะ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคที่เหมาะสม กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องได้รับการรักษาตามแนวทางมาตรฐานการรักษาและมีสุขภาพดีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลง 2.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ และการงดสูบบุหรี่ ดื่มสุราได้อย่างถูกต้อง 3.อาสาสมัครประจำหมู่บ้านมีศักยภาพและความสามารถในการบริการเชิงรุกในชุมชนเพื่อประเมินสภาวะสุขภาพของครอบครัวและชุมชนได้
