โครงการ อสม . ห่วงใย ครอบครัวใส่ใจสุขภาพ
-
ชมรมอสม.บ้านนาท่าม
การดูแลสุขภาพถือเป็นความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนโดยเฉพาะพฤติกรรมสุขภาพซึ่งหมายถึง การกระทำของบุคคลที่มีผลต่อสุขภาพโดยแสดงออกให้เห็นได้ในลักษณะของการกระทำในสิ่งที่เป็นผลดีต่อสุขภาพและการไม่กระทำในสิ่งที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ แต่ในปัจจุบันมีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพมากยิ่งขึ้น
โรคที่เกิดจากพฤติกรรมนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญมากขึ้นทุกปี เนื่องจากเป็นสาเหตุการป่วย พิการและเป็นสาเหตุการตายก่อนวัยอันควรจำนวนมากได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และหนึ่งในพฤติกรรมที่เป็นปัญหาอย่างมากในปัจจุบันคือ พฤติกรรมการบริโภคโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย ทั้งในรูปของอาหารขนมเครื่องปรุงรสจากรายงานการสำรวจการบริโภคอาหารของคนไทย การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 ในกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 2,696 คน อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป พบว่า คนไทยบริโภคโซเดียมจากอาหารเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 19-59 ปี บริโภคโซเดียมสูงถึง 2,961.9 – 3,366.8 มิลลิกรัม/วัน หรือประมาณ 1.5-1.8 เท่า ของปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับต่อวัน คือ ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วันและอันตรายของการบริโภคโซเดียมเกินความต้องการคือการก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วยแล้วก็จะต้องมีการรักษาและการใช้ยาตามมา และแน่นอนว่าโรคหลายๆโรคเป็นโรคเรื้อรัง (Chronic disease) หมายถึง โรคที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการหรือต้องรักษาติดต่อกันนาน เป็นแรมเดือนแรมปี หรือตลอดชีวิต และปัญหาการใช้ยาก็จะตามมามากมาย เช่นปรับขนาดยาเองตามใจชอบด้วยความเชื่อที่ว่ารับประทานยามากไม่ดี เมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็หยุดยาเอง นำยาของคนอื่นมาใช้ ด้วยความเอื้อเฟื้อจากเพื่อนบ้านหรือคนในบ้านเดียวกัน เมื่อฟังว่ามีอาการเหมือนกัน ก็ขอยาที่เพื่อนใช้มาทดลองใช้บ้างเก็บยาไม่ถูกต้องทำให้ยาเสื่อมก่อนถึงวันหมดอายุประสิทธิภาพยาลดลง
จากผลการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาท่ามอำเภอเมือง จังหวัดตรัง ปีงบประมาณ 2563เป้าหมายการดำเนินงาน ๑,๘๖๑ คน สามารถดำเนินการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้๑,๘๐๙ คนคิดเป็นร้อยละ ๙๗.๒๐ สามารถจำแนกข้อมูลตามกลุ่มต่าง ๆ กล่าวคือ การตรวจคัดกรองเบาหวาน ทั้งหมด ๑,๕๐๙ คน พบปกติ ร้อยละ ๗๔.๕ ตาลในเลือดสูงกว่าปกติ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเบาหวาน ร้อยละ ๓,๕๗๖ ตรวจคัดกรองความดันโลหิตทั้งหมด ๑,๖๔๖ คน พบปกติร้อยละ ๗๓.๒๖ ความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๒๖.๗๓ มีผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในคลินิกโรคเรื้อรัง293 คน เป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูง238 รายสามารถควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ได้ 37 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.54ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 55รายสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ได้ 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ซึ่งยังมีผู้ที่ยังไม่สามารถควบคุมโรคได้อีกจำนวนมากโดยมีความเกี่ยวข้องทั้งการรับประทานยาอย่างถูกต้องตามแพทย์สั่งและที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตัวผู้ป่วยเองโดยเฉพาะการรับประทานโซเดียมที่เกินค่ามาตราฐานในภาพรวมของระดับประเทศ
ดังนั้น ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาท่ามอำเภอเมือง จังหวัดตรัง จึงได้จัดทำโครงการอสม. ห่วงใยครอบครัวใส่ใจสุขภาพขึ้นเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาระดับชุมชน
-
1. สร้างเครือข่าย“ใช้ยาปลอดภัย อุ่นใจทุกครัวเรือน”เพื่อความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังและจัดการยา/ผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน80.00
มีเครือข่ายความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังและจัดการยา/ผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน 1 เครือข่าย
-
2. ลดการใช้ยาปฎิชีวนะโดยไม่จำเป็น ประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูลHosXp ไม่เกินร้อยละ 2020.00
จำนวนการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นลดลง
-
เพื่อลดอัตราการสูญเสียยาโดยไม่จำเป็น20.00
อัตราการใช้ยาที่ไม่จำเป็นลดน้อยลง
-
เพื่อให้ครอบครัวมีความตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคโซเดียมที่มากเกินเกณฑ์90.00
จำนวนครอบครัวที่ตระหนักถึงอันครายของการบริโภคโซเดียมที่มากเกินเกณฑ์
-
กลุ่มวัยทำงาน29
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ติดตามเยี่ยมบ้าน แลกเปลี่ยนเรียนรู้
- ประชุมคณะทำงาน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานโครงการ
- จัดทำและขออนุมัติโครงการ และขอความร่วมมือในการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมข้อมูล เอกสาร และวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช่ในการดำเนินงาน
- จัดหาอุปกรณ์สำหรับการจัดตั้งเครือข่าย “ใช้ยาปลอดภัย อุ่นในทุกครัวเรือน”
- ดำเนินการเยี่ยมบ้านเพื่อติดตามการใช้ยาในกลุ่มโรคเรื้อรัง และสุ่มตรวจโซเดียมในอาหาร
- ให้คำแนะนำเรื่องการปฎิบัติตัวที่เหมาะสมสอดคล้องกับโรค เน้นเรื่องการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการบริโภคโซเดียมเกินเกณฑ์
- ดำเนินการรับคืนยาที่เกินความต้องการจากชุมชน
- จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสรุปปัญหาที่พบ แนวทางการแก้ไขปัญหา
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่าง1 มื้อๆละ25 บาท จำนวน 29 คน เป็นเงิน 725 บาท
-ค่าป้ายไวนิลเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการอสม.ห่วงใย ครอบครัวใส่ใจสุขภาพ ขนาด 1.5 x 2 ม
เป็นเงิน 540 บาท -ค่าแบบสอบถาม 186 ชุด ( 7 หน้า) ชุดละ 3.5 บาทเป็นเงิน 651 บาท -ค่าถ่ายเอกสารแผ่นพับความรู้เรื่องโซเดียม 650 ชุด(หน้า-หลัง)ชุดละ 1บาทเป็นเงิน 650 บาท
5 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 30 กันยายน 2563- สร้างเครือข่ายความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังและจัดการยา/ผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน 1 เครือข่าย
- ลดการใช้ยาปฎิชีวนะโดยไม่จำเป็น ประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูลHosXp ไม่เกินร้อยละ 20
- ลดอัตราการสูญเสียยาโดยไม่จำเป็น โดยผู้ป่วยคลินิกโรคเรื้อรังนำยาที่เหลือใช้มาคืนในทุกรอบของการรักษา ร้อยละ100 4.เพื่อให้ครอบครัวมีความตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคโซเดียมที่มากเกินเกณฑ์และทราบผลของโซเดียมในอาหารบ้านของตัวเอง โดยใช้เครื่องตรวจโซเดียมในอาหารประเมินผลร้อยละ 90
2566.00 บาท
แกนนำสุขภาพสามารถนำความรู้ไปใช้สร้างสุขภาพที่ดีแก่ประชาชนในชุมชนได้
