ด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยีความทันสมัยทำให้เด็กในยุคนี้เป็นเด็กที่ติดกับการบริโภคนิยมทั้งทางด้าวัตถุสิ่งของอาหารเด็กส่วนมากมักบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์เช่นขนมขบเคี้ยวทอฟฟี่ช็อกโกแลตขนมหวานต่างๆ การที่เด็กทานอาหารเหล่านี้เข้าไปทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องฟันผุซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับเด็กช่วงอนุบาลเป็นส่วนมากการที่จะปลูกฝังให้เด็กรักการแปลงฟันนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ปัญหาฟันผุลดน้อยลง การที่เด็กจะปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอนั้นต้องมีแรงจูงใจหรือการกระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม ดังนั้นผู้จัดทำโครงการจึงคิดว่าจะมีการจัดทำโครงการ ฟันสวยด้วยมือเรา ขึ้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุด การทำให้เด็กรักการแปลงฟันได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักดูแลสุขภาพของตนเองเนื่องจากสุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย การดูแลสุขภาพช่องปากให้ดึจึงมีผลต่อการมีสุขภาพกายที่ดีด้วย แต่ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นไม่ได้มีสาเหตุเกิดจากภายในช่องปากเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวปัญหาซึ่งเกิดจากสังคมและสภาพแวดล้อมในปัจจุบันด้วย ยกตัวอย่างเช่น โรคฟันผุซึ่งเป็นปัญหาในช่องปากที่พบได้ทั่วไป มีปัจจัยร่วมหลายๆอย่าง ที่ส่งเสริมให้เกิดโรคนอกเหนือจากเชื้อโรคในช่องปาก เช่น อาจมาจากตัวบุคคลเองที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและการทำความสะอาดสุขภาพช่องปากตัวเอง การอยู่ในครอบครัวที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ หรือ สภาพการเป็นอยู่ของครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการใส่ใจสุขภาพช่องปาก นอกจากนี้สื่อโฆษณาเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มมีอิทธิพลอย่างมากในสังคมปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีส่วนที่ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน จากการสำรวจทันตสุขภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุด พบปัญหา ดังนี้ 1. ปัญหาโรคฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียน มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ 2. ปัญหาด้านเศรฐกิจ มีผลกระทบโดยตรงต่อสภาวะโรคฟันผุในเด็กเล็ก เนื่องจากประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมถึงค่ารักษาฟัน 3. ปัญหาด้านสังคมปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องทำงานนอกบ้าน ไม่ค่อยมีเวลาดูแลอยู่กับลูกประกอบกับการขาดความรู้ และไม่เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพฟันของลูก ทำให้เด็กมีปัญหาฟันผุ 4. ปัญหาสิ่งแวดล้อม การโฆษณาขนมหวานผ่านสื่อต่างๆ และการหาซื้อได้ง่ายในชีวิตประจำวันส่งเสริมให้เด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคฟันผุมากขึ้น ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญในการปูพื้นฐานการดูแลทันตสุขภาพที่ดี โดยผู้ปกครองเด็กเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ ในการปลูกฝังและเตรียมความพร้อมให้เด็กทั้งทางด้านร่างกาย สังคม และสติปัญญา ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากที่ดี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูและสุขภาพช่องปากในเด็ก และรณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของเด็กเล็กฟันดี เริ่มที่ซี่แรก หากเราวางรากฐานเรื่องสุขภาพช่องปากแก่เด็กวัยเรียนพร้อมกับสอดแทรกความรู้เรื่องการแปลงฟันที่ถูกวิธี ในรูปแบบที่หมาะสมกับเด็กนั้น เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ตระหนักเห็นว่า เรื่องของทันตสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ แล้วปรับเปลี่ยนปลูกฝังปฤติกรรม อาจทำให้ปัญหาสุขภาพในช่องปากโดยเฉพาะเด็กก็จะมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุด และคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลธารโต จึงได้คิดที่จะกระตุ้นความสนใจของเด็กให้หันมาสนใจและให้ความรู้ทันตอนามัยเรื่องสุพภาพและสุขภาพช่องปากมากขึ้น โดยจัดกิจกรรมที่มีความสนุกสนาน เน้นการมีส่วนร่วม สอดแทรกไปกับความรู้ต่างๆ เพื่อให้เด็กได้รู้สึกว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ไกลตัวและยากอย่างที่คิด และเพื่อให้เด็กนักเรียนที่เข้าใจร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาเผยแพร่ยังกลุ่มเพื่อนตลอดจนผู้ใกล้ชิดต่อไป
-
เด็กปฐมวัยมีความรู้ความสามารถและทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปาก0.00
เด็กนักเรียนสามารถแปลงฟันได้ด้วยตนเองอย่างถูกวิธี
-
นักเรียนสามารถถ่ายทอดความรู้แก่กลุ่มนักเรียนซึ่งกันและกันได้ รวมทั้งได้รับการตรวจสอบสุขภาพช่องปากและส่งต่อมารับการรักษาที่จำเป็นต่อไป0.00
นักเรียนมีสุขภาพฟันที่สวยงาม ร้อยละ 80% ของนักเรียนทั้งหมด
-
เพื่อให้เด็กปฐมวัยรู้จักรักษาความสะอาดภายในช่องปากและฟัน สามารถแปลงฟังหลังรับประทานอาหาร และส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มการเรียนรู้ของเด็กประถมวัยรวมกับเพื่อนและผู้ปกครอง และดูแลสุขภาพของตนเอง0.00
เด็กนักเรียนสามารถดูแล รักษาสุขภาพช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้สุขภาพช่องปาก(ฟัน)
ค่าอุปกรณ์ในการสาธิตช่องปากสำหรับเด็กและผู้ปกครองและพร้อมรางวัลสำหรับเด็กฟันสวยดีเด่น จำนวน 100 ชุด ชุดละ 42 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน (3ชั่วโมงๆละ 600 บาท)
ค่าอาหารว่างสำหรับผู้ร่วมเข้าฝึกอบรมพร้อมวิมยากร จำนวน 100 ชุด ราคาชุดละ 25 บาท
ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย
1 มกราคม 2563 ถึง 30 กันยายน 256310800.00 บาท
- เด็กปฐมวัยมีความรู้ความสามารถและทักษะในการดูแลสุขภาพฟันช่องปาก
- เด็กปฐมวัยแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
- เด็กปฐมวัยดูแลสุขภาพช่องปากได้ถูกต้องตามหลักสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้น
- ผู้ปกครองและเด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองและบุตรหลานได้
- ผู้ปกครองและเด็กปฐมวัยสามารถตรวจสุขภาพช่องปากเบื้องต้นของตนเองและบุตรได้
- เด็กปฐมวัยที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากและได้รับคำแนะนำ และส่งต่อมารับการรักษาที่จำเป็นที่โรงพยาบาลได้
- เด็กปฐมวัยที่มีโรคฟันผุระยะเริ่มแรกสามารถลดลงหลักจากได้รับความรู้ความเข้าใจจากการร่วมกิจกรรมโครงการและได้เรียนรู้วิธีการสอนแปรงฟันให้ผู้ปกครอง
- เด็กปฐมวัยตระหนักถึงการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ
- เด็กประถมวัยมีความรู้ในการรักษาความสะอาดในช่องปากและฟัน
- เด็กปฐมวัยสามารถเรียนรู้ในการเข้ากลุ่มเพื่อนและผู้ปกครอง
- เด็กปฐมวัยมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง และปัญหาของเด็กปฐมวัยลดลง
