โครงการวัคซีน แลกไข่ ปีที่ 2 ปี 2563
-
-
นโยบายของงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อให้งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคดำเนินไปโดยมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์สูงที่สุดบุคลากรที่เกี่ยวข้องควรทราบนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน การได้รับบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก เด็กทุกคนในประเทศไทยควรได้รับวัคซีนพื้นฐาน ครบทุกชนิดตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนดที่เหมาะสมสำหรับวัคซีนแต่ละชนิดด้วย ซึ่งหากเด็กกลุ่มวัยดังกล่าวมีอัตราป่วยและตายด้วยวัยที่ไม่สมควรเนื่องจากโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนแล้วหมู่บ้านชุมชนและประเทศชาติจะพัฒนาไปได้อย่างไรในอนาคตฉะนั้นการเร่งรัดติดตามให้ประชากรกลุ่มเป้าหมายทุกคนได้รับการฉีดให้ครอบคลุมตามแผนที่วางไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการซึ่งการบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจะต้องจัดให้แก่ประชาชนด้วยความสะดวก และปลอดภัย งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมประชากรเป้าหมายในระดับสูงที่สุดและมีความต่อเนื่องตลอดไปงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจะพยายามป้องกันประชาชนจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนให้ได้มากโรคที่สุด โดยการเพิ่มชนิดของวัคซีนที่ใช้ ทั้งนี้โดยความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางระบาดวิทยาของโรค และกำลังทรัพยากรด้านสาธารณสุขของประเทศและต้องดำเนินการในทุกพื้นที่ โดยประสานสอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการด้านสาธารณสุขอื่นๆ เช่น งานอนามัยโรงเรียน งานโภชนาการ งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกงานที่เกี่ยวข้องมีประสิทธิภาพสูงที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน จากการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี ในรอบปี 2562 ปรากฏว่า เด็กอายุครบ 1 ปีได้รับวัคซีนครบทุกชนิด( fully immunization ) คิดเป็นอัตราร้อยละ 90.55 เด็กอายุครบ 2 ปีได้รับวัคซีนครบทุกชนิดคิดเป็นอัตราร้อยละ 70.00เด็กอายุครบ 3 ปีได้รับวัคซีนครบทุกชนิดคิดเป็นอัตราร้อยละ 69.85 และเด็กอายุครบ 5 ปีได้รับวัคซีนครบทุกชนิดคิดเป็นอัตราร้อยละ 65.64 ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ว่าเด็ก0-5 ปี ได้รับวัคซีนครอบคลุมคิดเป็นร้อยละ 90.00 ยกเว้นวัคซีน หัด หัดเยอรมัน คางทูม (mmr) ร้อยละ 95 ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามแผนฯจากรายงานอัตราความครอบคลุมวัคซีนขั้นพื้นฐานพบว่า เด็ก 0-5 ปี ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้รับวัคซีนไม่ครอบคลุม จึงจำเป็นต้องดำเนินการเร่งรัด ติดตาม ค้นหาเด็กตามกลุ่มเป้าหมายให้มารับการฉีดวัคซีนทุกคนเพื่อการป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชากรกลุ่มอายุดังกล่าวไปอนาคตต่อไป
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ดำเนินโครงการวัคซีนแลกไข่ ปีที่ 2 ปี 2563
สำรวจกลุ่มเป้าหมายเด็ก 0-5 ปี
ประชุมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ใน รพ.สต.ลิปะสะโง เพื่อให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของ
โครงการวัคซีน “แลกไข่ ปีที่2”
ประชุม อสม. เพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน
อสม.ติดตาม และ นำส่งเด็กมารับวัคซีนของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่ รพ.สต.
ติดตามฉีดวัคซีนเชิงรุก ในรายที่ อสม. ติดตามแล้วแต่ไม่ยอมมารับบริการที่ รพ.สต.
จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแก่ผู้ปกครอง และร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องวัคซีน
จัดกิจกรรมวัคซีนแลกไข่ กรณีที่เด็กได้รับวัคซีนตามนัดที่มาตามกำหนดนัด และจัดกิจกรรมในคลินิกในวันที่เด็กได้รับวัคซีนครบตั้งแต่อายุ 0-5 ปี
สรุปประเมินผลโครงการ
รายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าป้ายชื่อโครงการขนาด 1.2 x3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 720 บาท
ค่าอาหารกลางวันวันที่จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน 60 คน x 50 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดกิจการโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าไข่ในการจัดกิจกรรมวัคซีนแลกไข่ เป็นเงิน 7,280 บาท
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563เด็กอายุ 0-5 ปีทุกคนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันกันโรคครบตามเกณฑ์ ร้อยละ 95
อัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนลดลง
ผู้ปกครองมีความรู้และความเข้าใจเรื่องวัคซีนป้องกันโรค
15000.00 บาท
1.เด็กอายุ 0-5 ปีทุกคนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันกันโรคครบตามเกณฑ์ ร้อยละ 95
2.อัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนลดลง
3.ผู้ปกครองมีความรู้และความเข้าใจเรื่องวัคซีนป้องกันโรค
