โครงการลดขยะลดโรคในชุมชนปี 2563
-
นางยุพดี ปัจฉิมศิริ
-
นายพันธกานต์ สะอีด
-
สุกัลยา ปะดู่กา
-
นายอับดุลรอหมาน จิมาร
-
นายสมพร สุวรรณวงค์
ในปัจจุบันปัญหาเรื่องขยะมูลฝอยนับว่าเป็นปัญหาสำคัญทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ สาเหตุเนื่องมาจากประชากรในประเทศมีจำนวนมากขึ้น ชุมชนก็เพิ่มขึ้น และ สิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ขยะมูลฝอย ย่อมมีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นชุมชนจัดเป็นแหล่งสำคัญหนึ่งที่ผลิตของเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม แม้ว่าขยะจากชุมชนหรืออาคารบ้านเรือนจะไม่ใช่ของเสียที่เป็นอันตรายเมื่อเปรียบเทียบกับของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือการเกษตรกรรม แต่ถ้ามีปริมาณมากก็ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะขยะมูลฝอยจากชุมชนหรืออาคารบ้านเรือน ขยะที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (recycle) ขยะประเภทวัสดุเหลือใช้ ขยะที่อาจเป็นอันตรายอันเนื่องมาจากสารพิษ เป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่และกลไกเพื่อการคัดแยกขยะ แปรรูปขยะเป็นพลังงานด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ และเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและลดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำโรคต่างๆทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตันหยงละไน้ จึงได้จัดโครงการลดขยะ ปลอดโรค การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม จึงจัดให้มีระบบการจัดการขยะในชุมชนภายใต้แนวคิด “ประชารัฐ”เพื่อให้ประชาชนและชุมชนส่งเสริมการดำเนินการตามหลัก 3 Rs ได้แก่ การลดการใช้(Reduce) การใช้ซ้ำ(Reuse)และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและชุมชน ได้ตระหนักและรับรู้ถึงความจำเป็น ในการคัดแยกขยะ และการใช้ประโยชน์จากขยะและเป็นการลดปริมาณขยะที่มีประสิทธิภาพ และป้องกันปัญหาการเกิดมลพิษ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งยังส่งเสริมให้แต่ละครัวเรือนมีการจัดการขยะที่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อไม่ให้ขยะดังกล่าวตกค้าง ทำให้ชุมชนสะอาด น่าอยู่ และไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์โรคจากขยะในครัวเรือนและชุมชน ไข้เลือดออกเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย ส่วนใหญ่มักเป็นในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีในผู้ใหญ่อาจพบได้บ้างบางรายอาการรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้ มักระบาดในช่วงหน้าฝนเพราะพาหะของโรคคือยุงลายลักษณะที่อยู่อาศัยของยุงลาย พบมากตามบ้านที่อยู่อาศัย น้ำขัง เช่น โอ่งน้ำ แจกันดอกไม้หรือเศษวัสดุที่รองรับน้ำหรือที่เรียกว่าขยะได้ทุกชนิด พื้นที่เขตรับผิดชอบของรพ.สต.บ้านตันหยงละไน้ ตำบลแหลมสน เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้เลือดออก จากข้อมูล 5 ปี ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเป็นไข้เป็นไข้เลือดดังนี้คือ ปี พ.ศ.2558 ไม่มีผู้ป่วย พ.ศ.2559 จำนวน11ราย พ.ศ. 2560จำนวน 8รายพ.ศ. 2561 จำนวน 13ราย พ.ศ. 2562 จำนวน 5 ราย ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีการระบาดของไข้เลือดออก จึงต้องมีการป้องกันโดยการทำลายยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเข้าใจ ตระหนักให้ความสำคัญจึงเกิดความร่วมมือในชุมชนอย่างจริงจัง นำไปสู่การป้องกันไข้เลือดออกได้อย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่องกันไป
-
เพื่อลดปริมาณขยะและลดโรคในชุมชน0.00
การเกิดโรคลดลงจากปี 62
-
ครัวเรือนมีความรู้ในเรื่องการจัดการขยะ0.00
ประชาชนมีความรู้และเข้าใจการกำจัดขยะร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงแกนนำและแต่งตั้งคณะทำงานตามโครงการและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการ
ไม่ใช้งบประมาณ
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563ประชาสัมพันธ์ในกับคนในพื้นที่ทราบถึงการทำโครงการ
ประสานทีมวิทยากรจัดเตรียมสื่อความรู้ ไข้เลือดออก
0.00 บาท -
การให้ความรู้และการบริหารจัดการเรื่องขยะกิจกรรมการคัดแยกขยะในครัวเรือนและโรงเรียน
ค่าวิทยากร จำนวน 2 วัน ๆ ละ 4 ชม. ละ 600 บ.x 2คน = 4,800บาท
ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท. X 80 คน x2 มื้อ = 11,200บาท
ค่าอาหารว่าง 25 บาท.x 80คน x4 มื้อ=8,000บาท
ค่าวัสดุในการจัดการอบรม 5,800 บาท
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563ประชาชนมีความรู้และเข้าใจการกำจัดขยะ
29800.00 บาท -
กิจกรรมการณรงค์การกำจัดสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านโรงเรียน จำนวน 2 ครั้ง
ค่าเครื่องดื่ม 25 บาท x 80 คน x 2 มื้อ =4,000บาท
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563มีการรณรงค์ในเรื่องการลดขยะปลอดโรคให้กับหมู่บ้านและโรงเรียน
4000.00 บาท
ค่าใช้จ่ายต่างๆในทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทุกรายการ
ประชาชนมีความรู้ในเรื่องการจัดการขยะ และมีวิธีการกำจัดขยะประเภทต่างๆได้ถูกต้อง
เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
เพื่อให้บ้านเรือนและชุมชนสะอาดและลดโรคในชุมชน
