โครงการเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกร กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมสน ปีงบประมาณ 2563
-
นายคณิต ตุกังหัน
-
ส.ต.ต.สนิท ขาวเชาะ
-
นางคอดีเยาะ ยาหมาย
-
นางสาวฐานิศา สาเบดผู้ ประสานงาน คนที่ 1
-
นางสาววิภาพร รัตนญาติผู้ประสานงาน คนที่ 2
วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 80 ของประชากรในประเทศ จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมยุคปัจจุบัน การแข่งขันให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้มีกำไรมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการผลิตน้อยลง เกษตรกรจึงคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ รวมทั้งการใช้สารเคมีเพื่อเร่งผลผลิต หรือสารกำจัดศัตรูพืชอย่างแพร่หลาย หากเกษตรกรผู้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่มีความรู้ในการป้องกันตนเองหรือไม่ได้ใช้อย่างถูกวิธีจะทำให้สารเคมีเข้าไปสะสมในร่างกายมีผลทำให้ระดับเอนไซน์โคลีนเอสเตอเรสลดลงร่างกายอาจเกิดภาวะเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้สาเหตุเนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มุ่งการเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นโดยคิดว่าการใช้สารเคมีเป็นเพียงทางเดียวที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและราคาดี
โดยไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อสุขภาพที่นอกจากอันตรายต่อสุขภาพเกษตรกรผู้ใช้แล้วยังมีผลต่อครอบครัวผู้บริโภค และประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะพัฒนาการของเด็กที่อาจทำให้เกิดความผิดปกติได้และในปี 2562 คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติแบน 3 สารเคมีอันตราย ได้แก่ ไกลโฟเซต (Glyphosate), พาราควอต (Paraguard) และคลอร์ไพรีฟอส (Chlopyrifort) ซึ่งเป็นสารอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ
ผลการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วยกระดาษโคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase reactive paper) ในกลุ่มเกษตรกรพบว่าเกษตรกรที่มีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยต่อพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พ.ศ.2554-2558 คิดเป็นร้อยละ 32.47, 30.94, 30.57, 34.02 และ 32.45 ตามลำดับ (สำนักโรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม) จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกัน เพื่อลดการใช้สารเคมีในเกษตรกร
จากการสำรวจเกษตรกรผู้ปลูกผัก ผลไม้ ในตำบลแหลมสน โดย อสม. เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ พบว่ามีเกษตรกรทั้งหมด ๙๐ คน โดยจะปลูกพืชหมุนเวียนกันไป โดยฉพาะการปลูกแตงโมซึ่งเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อของตำบลแหลมสน เนื่องจากมีรสหวาน กรอบ ซึ่งในจำนวนนี้บางส่วนก็ผ่านมาตรฐาน GMP ของสำนักงานเกษตร และพบว่าบางส่วนในการปลูกผลไม้เหล่านี้ยังมีการใช้สารเคมี ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร รวมทั้งเพื่อให้ เกษตรกรทุกคนมีผลเลือดปกติ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมสนจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
เพื่อให้แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกรมีความรู้/ทักษะ เกี่ยวกับ 1. เทคนิคการเจาะเลือดเกษตร 2. การเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกร 3. การตรวจหาสารเคมีตกค้างในผัก 4. การใช้เกษตรอินทรีย์0.00
หลังได้รับการอบรมแกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร
สามารถเจาะเลือดเกษตรกรเพื่อหาสารเคมีตกค้างในร่างกายได้ ร้อยละ 80
มีความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกร และการใช้เกษตรอินทรีย์ ร้อยละ 80
สามารถตรวจหาสารเคมีตกค้างในผักได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
สามารถลดความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมปลูกแตงโม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
-
เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช/เฝ้าระวังอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสามารถดูแลสุขภาพได้0.00
เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับอันตรายของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสามารถใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้อย่างปลอดภัย หลังเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 80
สามารถลดปัจจัยเสี่ยงจากการประกอบอาชีพลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
หลังเข้าร่วมโครงการเกษตรกรมีการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 50
-
ผลการเจาะเลือดเกษตรอยู่ในระดับปลอดภัยมากขึ้น0.00
หลังการเข้าร่วมโครงการ ผลการเจาะเลือดเกษตรกรอยู่ในระดับปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 50
-
ไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีในผักของเกษตรกร0.00
ร้อยละ 90 ของผักที่เกษตรกรปลูกไม่พบการปนเปื้อนสารเคมี
-
กลุ่มผู้สูงอายุ90
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุม/อบรม
- จัดตั้งแกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร และจัดอบรมให้ความรู้พัฒนาศักยภาพแกนนำ (2 วัน)
เป้าหมาย:
แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร จำนวน 20 คน
รายละเอียดกิจกรรม
ลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรมและทำแบบทดสอบก่อนการอบรม
ชี้แจงวัตถุประสงค์และประวัติความเป็นมาของโครงการ
การอบรมให้ความรู้/ฝึกทักษะ เกี่ยวกับ
เทคนิคการเจาะเลือดเกษตร(2.5 ชั่วโมง)
การเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกร(3 ชั่วโมง)
การตรวจหาสารเคมีตกค้างในผัก (3 ชั่วโมง)
การใช้เกษตรอินทรีย์(3 ชั่วโมง)
อภิปราย ซักถาม และทำแบบทดสอบหลังการอบรม
งบประมาณ
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรมและผู้สังเกตการณ์จำนวน 25 คน x 70 บาท x 1 มื้อx 2 วัน เป็นเงิน 3,500 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม และผู้สังเกตการณ์จำนวน 25 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 2 วัน เป็นเงิน 2,500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร
3.1 วิทยากรในพื้นที่ จำนวน 2.5 ชั่วโมง x 300 บาท เป็นเงิน 750 บาท
3.2 วิทยากรนอกพื้นที่ จำนวน 9 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
- ค่าวัสดุ/อุปกรณ์
4.1 ค่าวัสดุ/อุปกรณ์ สำหรับการอบรม จำนวน 20 คนx 50 บาทเป็นเงิน 1,000 บาท
4.2 ค่าชุดเจาะเลือดเกษตรกรเพื่อหาปริมาณสารเคมีตกค้างในเกษตรกร
- ชุดอุปกรณ์การเจาะเลือด จำนวน 1 ชุด x 750 บาทเป็นเงิน 750 บาท
2.ค่าเข็มเจาะเลือดแบบกดจำนวน 1 กล่อง (200 อัน) x 850 บาท เป็นเงิน 850 บาท
- ค่ากระดาษทดสอบโคลีนเอส-เตอเรส จำนวน 1 ขวดเป็นเงิน 450 บาท
4.3ค่าชุดตรวจหาปริมาณสารตกค้างในผักจำนวน 2 ชุด (ชุดละ 10 ตัวอย่าง) ชุดละ 730บาทเป็นเงิน 1,460 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการจำนวน 1 ผืน ขนาด 1.5x 3 เมตร x 150บาทเป็นเงิน 675บาท
ค่าแบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจ ก่อนและหลังการอบรม จำนวน 20 คน x 2 ชุด x 2 บาท เป็นเงิน80 บาท
รวมเงิน 17,415.- บาท
(=หนึ่งหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสิบห้าบาทถ้วน=)
- การอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ใช้สารเคมี(จำนวน 1 วัน)
เป้าหมาย: เกษตรกรในพื้นที่ตำบลแหลมสน จำนวน 90 คน
รายละเอียดกิจกรรม
ลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรมและทำแบบทดสอบก่อนการอบรม
ชี้แจงวัตถุประสงค์และประวัติความเป็นมาของโครงการ
การอบรมให้ความรู้เรื่อง
การป้องกันไม่ให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกาย/การแก้พิษเบื้องต้น (1 ชั่วโมง)
เทคนิค/วิธีการ การลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช(3 ชั่วโมง)
การเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์(3 ชั่วโมง)
- อภิปราย ซักถาม และทำแบบทดสอบหลังการอบรม
งบประมาณ
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม และผู้สังเกตการณ์จำนวน 95 คน x 70 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 6,650 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม และผู้สังเกตการณ์ จำนวน 95 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 2 วันเป็นเงิน 4,750บาท
3.ค่าตอบแทนวิทยากร
3.1 วิทยากรนอกพื้นที่ จำนวน 5 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าวัสดุ/อุปกรณ์สำหรับการอบรมจำนวน 90 คน เป็นเงิน 5,100 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการจำนวน 1 ผืน ขนาด 1.5 x 3 เมตร x 150บาทเป็นเงิน 675บาท
ค่าแบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจ ก่อนและหลังการอบรมจำนวน 90 คน x 2 ชุด x 2 บาท เป็นเงิน 360บาท
7.ค่าแบบประเมินความพึงพอใจต่อโครงการจำนวน 90 คน x 2 บาท เป็นเงิน 180บาท
ค่าแบบประเมินความเสี่ยงของเกษตรกร (นบก.-๑)จำนวน 90 คน x 3 บาทเป็นเงิน 270บาท
ค่าเช่าห้องประชุม จำนวน 1 วันx 1,500 บาทเป็นเงิน1,500 บาท
รวมเงิน 22,485.- บาท
(=สองหมื่นสองพันสี่ร้อยแปดสิบห้าบาทถ้วน=)
3ประชุมกลุ่มย่อยแต่ละหมู่บ้านและติดตามประเมินผล (4 หมู่บ้านๆ ละ 1 ครั้ง)เป้าหมาย:
- ตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 90 คน
-แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร(4 หมู่บ้าน) จำนวน 20 คน
- คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 3 คน(คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการทั้ง 3 คน จะเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 4 หมู่บ้าน)
รายละเอียดกิจกรรม
ประชุมกลุ่มย่อยและติดตามผลแต่ละหมู่บ้าน
ซักถามปัญหา
งบประมาณ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุมกลุ่มย่อยและติดตามการดำเนินงานจำนวน 122 คน x 25 บาท x 1 มื้อเป็นเงิน3,050 บาท
รวมเงิน 3,050.- บาท
(=สามพันห้าสิบบาทถ้วน=)
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับอันตรายของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสามารถใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้อย่างปลอดภัย หลังเข้าร่วมโครงการ
42950.00 บาท -
การเจาะเลือดเกษตรกร
เจาะเลือดเกษตรกรในพื้นที่เพื่อหาสารเคมีตกค้างในร่างกายของเกษตรกร(แต่ละครั้งห่างกัน 4-6 เดือน)
เป้าหมาย
เกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 90 คน
แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร (4 หมู่บ้าน) จำนวน 20 คน
คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 3 คน (คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการทั้ง 3 คน จะเข้าร่วมเจาะเลือดเกษตรกรทั้ง 4 หมู่บ้าน)
รายละเอียดกิจกรรม
- เจาะเลือดเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 2 ครั้ง
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการเจาะเลือดเกษตรกร สำหรับเกษตรกร แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกรและ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการจำนวน 122 คน x 25 บาท x 1 มื้อ x 2ครั้งเป็นเงิน 6,100 บาท
ค่าชุดเจาะเลือดเกษตรกรเพื่อหาปริมาณสารเคมีตกค้างในร่างกายเกษตรกร
ชุดอุปกรณ์การเจาะเลือด จำนวน 1 ชุดx 750 บาท x 2ครั้งเป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าเข็มเจาะเลือดแบบกด จำนวน 1 กล่อง (200 อัน) x 850 บาท เป็นเงิน 850 บาท
ค่ากระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 2 ขวดx 450บาท เป็นเงิน 900 บาท
รวมเงิน 9,350.- บาท
(=เก้าพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน=)1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการเจาะเลือดเกษตรกร สำหรับเกษตรกร แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 122 คน x 25 บาท x 1 มื้อ x 2ครั้งเป็นเงิน 6,100 บาท
- ค่าชุดเจาะเลือดเกษตรกรเพื่อหาปริมาณสารเคมีตกค้างในร่างกายเกษตรกร
- ชุดอุปกรณ์การเจาะเลือดจำนวน 1 ชุดx 750 บาท x 2ครั้งเป็นเงิน 1,500 บาท - ค่าเข็มเจาะเลือดแบบกด จำนวน 1 กล่อง (200 อัน) x 850 บาท เป็นเงิน 850 บาท - ค่ากระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 2 ขวดx 450บาท
เป็นเงิน 900 บาท รวมเงิน 9,350.- บาท
(=เก้าพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน=)9350.00 บาท -
การสุ่มตรวจผักของเกษตรกร
สุ่มตรวจผักของเกษตรกร เพื่อหาปริมาณสารเคมีตกค้างในผัก(สุ่มตรวจผัก จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 20 ตัวอย่าง รวม 60 ตัวอย่าง : แต่ละครั้งห่างกัน 2-3 เดือน)
เป้าหมาย
ตัวอย่างผักของเกษตรกรที่ปลูก จำนวน 60 ตัวอย่าง
แกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร (4 หมู่บ้านๆ ละ 3 คน)จำนวน 12คน
คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 3 คน(คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการทั้ง 3 คน จะเข้าร่วม เจาะเลือดเกษตรกรทั้ง 4 หมู่บ้าน)
รายละเอียดกิจกรรม
- ตรวจผักของเกษตรกร เพื่อหาปริมาณสารเคมีตกค้างในผัก(สุ่มตรวจผัก จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 20 ตัวอย่าง รวม 60ตัวอย่าง)
งบประมาณ
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับแกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการจำนวน 15 คน x 70 บาท x 1 มื้อ x 3ครั้งเป็นเงิน 3,150 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับแกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการจำนวน 15 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 3ครั้งเป็นเงิน 2,250 บาท
3.ค่าชุดตรวจหาปริมาณสารตกค้างในผักจำนวน 6 ชุด (ชุดละ 10 ตัวอย่าง) ชุดละ 730 บาท เป็นเงิน 4,380 บาท
รวมเงิน 9,780.- บาท
(=เก้าพันแปดร้อยยี่สิบห้าบาทถ้วน=)
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563ผักที่เกษตรกรปลูกไม่พบการปนเปื้อนสารเคมี
9780.00 บาท -
จัดทำคู่มือบันทึกสุขภาพเกษตรกร
จัดทำคู่มือบันทึกสุขภาพเกษตรกร
เป้าหมาย
คู่มือบันทึกสุขภาพเกษตรกรจำนวน 90 เล่มรายละเอียดกิจกรรม
จัดทำคู่มือบันทึกสุขภาพเกษตรกร
งบประมาณ
ค่าจัดทำคู่มือบันทึกสุขภาพเกษตรกรจำนวน 90 เล่ม x 35 บาท เป็นเงิน 3,150 บาท
รวมเงิน 3,150.- บาท
(=สามพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน=)1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563มีคู่มือบันทึกสุขภาพเกษตรกร
3150.00 บาท -
ออกเยี่ยมแปลงผักของเกษตรกร(4 หมู่บ้านๆ ละ 1 ครั้ง)
ออกเยี่ยมแปลงผักของเกษตรกร
เป้าหมาย:
- ตัวแทนแปลงผักของเกษตรกรในพื้นที่ หมู่ละ5 แปลงรวม 20 แปลงแกนนำคุ้มครองสุขภาพเกษตรกร (4 หมู่บ้าน) จำนวน 20 คน
คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 3 คน(คณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการทั้ง 3 คน จะเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 4 หมู่บ้าน)
รายละเอียดกิจกรรม
ออกเยี่ยมแปลงผักของเกษตรกร
ซักถามปัญหา
ไม่ชอใช้งบประมาณ
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563ดูแลแปลงผัดของเกษตรกรที่ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน
0.00 บาท -
รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เป้าหมาย
จัดทำรูปเล่มรายงานจำนวน 4 เล่ม
รายละเอียดกิจกรรม
รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 1 ครั้ง
จัดทำรายงานผลโครงการเสนอกองทุนตำบลอย่างน้อย2 เล่ม
งบประมาณ
ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานจำนวน 2 เล่มๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท
รวมเงิน 600.- บาท
(=หกร้อยบาทถ้วน=)
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ธันวาคม 2563มีรูปลเ่มรายผลผลการทำโครงการ
600.00 บาท
ค่าใช้จ่ายต่างๆในทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทุกรายการ
ทราบผลกระทบทางสุขภาพที่ได้รับจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
เกษตรกรสามารถใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกวิธี และสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้
เกษตรกร ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี และหันมาเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น
